อสังหาริมทรัพย์
Area หวั่นที่อยู่อาศัยล้นตลาด แนะเพิ่มเงินดาวน์ ลดสัดส่วนเงินกู้



ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลแนวโน้มดี คอนโดมิเนียมยังครองแชมป์เปิดตัวสูงสุด ถึง 20,000 หน่วย จากทั้งหมด 29,000 หน่วย เน้นราคา 1-2 ล้านบาท สะท้อนภาวะซื้อเพื่อลงทุน ระวังเกิดปัญหาโอเวอร์ ซัปพลาย แนะเก็บเงินดาวน์เพิ่ม พร้อมลดสัดส่วนเงินกู้

 

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (Area) เปิดเผยว่า  ในปี 2556 จะมีจำนวนที่อยู่อาศัยที่ขายได้สูงถึง 115,480 หน่วย ซึ่งจะเพิ่มสูงมากกว่าปีที่ผ่านมา  7.5% เนื่องจากปีที่ผ่านมาขายได้ทั้งสิ้น 107,412 หน่วย ขณะเดียวกันยังพบว่า ณ กลางปี 2556 นี้ยังมีหน่วยรอขายอยู่ทั้งสิ้น 133,238 หน่วย ซึ่งถือว่ายังไม่มากนัก คิดเป็นประมาณ 3% ของจำนวนบ้านทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 จำนวนบ้านรอขายมีสูงถึง 5% ของจำนวนที่อยู่อาศัยทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้น ณ สัดส่วนรอขายที่ 3% จึงถือว่ายังไม่มากนัก

ทั้งนี้ ราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยหน่วยหนึ่งที่เปิดขายในครึ่งปีแรกของปี 2556 ราคาขายเฉลี่ย 2.775 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 6% ซึ่งขาย ณ ราคา 2.937 ล้านบาท ส่วนราคาปี 2554 เป็นเงินเฉลี่ยหน่วยละ 2.984 ล้านบาท การที่ราคาเฉลี่ยของบ้านที่เสนอขายใหม่ลดลงไม่ใช่เป็นเพราะราคาบ้านลดลง แต่เป็นเพราะผู้ประกอบการสร้างบ้านขนาดเล็กลง เพื่อหวังจะขายให้กับกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งชี้ให้เห็นถึงการเก็งกำไรที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าในครึ่งปีแรกของปี 2556 มีหน่วยขายเปิดใหม่ จำนวน 62,044 หน่วย โดยกลุ่มใหญ่ที่สุดขายใน ราคา 1-2 ล้านบาท จำนวน รวม 29,000 หน่วย หรือคิดเป็น 47% ของอุปทานทั้งหมด โดยในกลุ่มนี้ประมาณ 20,000 หน่วยเป็นห้องชุดพักอาศัย สะท้อนให้เห็นว่าเป็นสินค้าเพื่อการลงทุน

 

 

ในจำนวน 62,044 หน่วยของที่อยู่อาศัยที่เปิดในครึ่งปีแรกของปี 2556 เป็นห้องชุดพักอาศัยมากถึง 64% หรือ 39,648 หน่วย อีก 21% เป็นทาวน์เฮ้าส์จำนวน 13,342 หน่วย และอีก 9% เป็นบ้านเดี่ยว รวม 5,682 หน่วย บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่จะเปิดขายในราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 3,357 หน่วย ส่วนทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่เปิดขายในราคา 1-2 ล้านบาท จำนวน 8,246 หน่วย สำหรับที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ ได้แก่บ้านแฝด ตึกแถว และที่ดินจัดสรร มีจำนวนน้อยมาก

โดยมูลค่าของโครงการที่เปิดขายในครึ่งปีแรกมีจำนวนรวมมากถึง 173,652 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากเป็นประวัติการณ์ จากการสำรวจพบว่ายังมีโครงการที่รอเปิดขายอยู่อีกเป็นจำนวนมาก คาดว่า ณ สิ้นปี 2556 จะมีจำนวนหน่วยเปิดขายและมูลค่าไม่น้อยกว่าครึ่งปีแรก

เมื่อพิจารณาจากการเปิดขายทั้งหมดจะพบว่าในปี 2556 น่าจะมีหน่วยเปิดขายใหม่ถึง 124,080 หน่วย ขยายตัวสูงกว่าปีที่แล้ว 22% ส่วนมูลค่าโครงการที่เปิดใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็น 344,287 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15% แต่เดิมศูนย์ข้อมูลฯ คาดว่าในครึ่งปีหลังของปี 2556 จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยกว่าครึ่งปีแรกของปี 2556 แต่จากข้อมูลของโครงการของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์กลับพบว่าจะมีโครงการเปิดใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ว่าในครึ่งหลังของปี 2556 อาจมีการเปิดตัวมากกว่าที่ประมาณการ ซึ่งอาจทำให้อุปทานดูดซับไม่ทัน

อย่างไรก็ตาม สังเกตว่าปริมาณหน่วยที่อยู่อาศัยที่ขายได้ในปี 2555 ณ 107,412 หน่วย มีมากกว่าปี 2554 ถึง 31% ซึ่งปี 2554 ขายได้เพียง 81,816 หน่วย เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาน้ำท่วม ในกรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการโหมเปิดโครงการใหม่ที่มีการส่งเสริมการขายอย่างเข้มข้นย่อมกระตุ้นกำลังซื้อเช่นเดียวกัน

สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังเติบโตขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาล้นตลาดในภายหลัง ดังนั้นหน่วยราชการ องค์กรและสมาคมที่เกี่ยวข้องจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีมาตรการป้องปรามที่มีประสิทธิภาพ เช่น การเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์ การลดสัดส่วนเงินปล่อยกู้ต่อมูลค่าทรัพย์สิน และการประกันเงินดาวน์ของผู้ซื้อบ้าน ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อมีความมั่นใจในตลาดยิ่งขึ้น ทำให้ตลาดมีความมั่นคงซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในระยะยาว

 


LastUpdate 25/07/2556 16:19:53 โดย : Admin
25-07-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2024, 4:23 pm