อสังหาริมทรัพย์
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่อแววแข่งดุ โครงการใหม่จ่อเปิดตัว 337 โครงการ


อุณหภูมิการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เริ่มร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อดีเวลลอปเปอร์เตรียมส่งโครงการใหม่สู่สนาม AREA เผยมีโครงการใหม่เตรียมเปิดตัวมากถึง  337 โครงการ อาคารชุดยังติดลมบน รอเปิดตัวถึง 204โครงการ ตามด้วยบ้านเดี่ยว 78โครงการ ทาวน์เฮาส์ 51 โครงการ บ้านแฝดแค่ 4 โครงการ


นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือAREA เปิดเผยว่า สภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มเข้าสู่สภาวะร้อนแรง เพราะมีโครงการที่อยู่อาศัยรอเปิดขายอีกถึง 337 โครงการ และหากไม่มีอุปทานเพิ่มขึ้น จำนวนโครงการดังกล่าว จะเปิดได้ทุกโครงการหมดในไตรมาสแรก ปี 2557 ซึ่ง สภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น

ในจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างรอเปิดขายเป็นอาคารชุดมากที่สุดถึง 204 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 61% ตามด้วยบ้านเดี่ยว จำนวน 78 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 23% ทาวน์เฮาส์ จำนวน 51 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน
และบ้านแฝด จำนวน 4 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 1% อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถประมาณการจำนวนหน่วยได้ เนื่องจากยังไม่มีผังโครงการประกาศออกมา
        
ทั้งนี้ หากเทียบกับเมื่อปลายปี 2555 พบว่าจำนวนโครงการบ้านเดี่ยวรอเปิดลดลง 2 โครงการ จำนวนบ้านแฝดยังเหมือนเดิม จำนวนโครงการทาวน์เฮาส์รอเปิดลดลง 10 โครงการ และจำนวนโครงการอาคารชุดลดลง 7 โครงการ  โดยรวมแล้วเมื่อปลายปี 2555 มีโครงการรอเปิดตัวอยู่มากถึง จำนวน 354 โครงการ ขณะนี้ลดลงเหลือ 337 โครงการ แสดงว่า หลายโครงการได้ทะยอยเปิดใหม่แล้ว

จากจำนวนโครงการใหม่ที่จะทยอยเปิดตัวจำนวนมากนั้น สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดยังอยู่ในสภาพร้อนแรงพอสมควร  และแม้มีการทยอยเปิดตัวไปแล้วหลายโครงการ แต่ก็ยังเหลืออีกเป็นจำนวนมาก  หากแต่ละโครงการเปิดตัวตามแผน ก็จะมีอุปทานเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีอุปทานเป็นจำนวนมาก แต่ในแต่ละปีจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณ 400 โครงการต่อปี แสดงว่า โครงการดังกล่าวอาจจะเปิดได้หมดภายในไตรมาสแรกของปี 2557 ซึ่ง หากสถานการณ์ไม่ดี โครงการต่าง ๆ จะชะลอหรือยกเลิกเปิดตัวและปิดโครงการ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์จะไม่ตกต่ำหรือหดตัวอย่างที่หลายฝ่ายเริ่มแสดงความกังวลว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเกิดปัญหาๆฟองสบู่
 
ขณะที่จากการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดขายจำนวนทั้งหมด 1,378 โครงการ พบว่า มีโครงการที่หยุดทำการตลาดหรือหยุดขายมีจำนวนทั้งหมด 89 โครงการ จำนวน 18,404 หน่วย รวมมูลค่า 45,810 ล้านบาท

ทั้งนี้ จำนวนที่อยู่อาศัยที่หยุดขายกลุ่มใหญ่ที่สุดเกือบครึ่งหนึ่ง คืออาคารชุดจำนวน 8,567 หน่วย คิดเป็น 47% รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 4,598 หน่วย คิดเป็น 25% ตามด้วยทาวน์เฮาส์ จำนวน 2,414 หน่วย คิดเป็น13% และเป็นที่ดินจัดสรร จำนวน 1,643 แปลง คิดเป็น 9%

หากพิจารณาในแง่ของมูลค่าการพัฒนา กลับปรากฏว่า บ้านเดี่ยวล้มเลิกโครงการมีมูลค่าสูงสุดถึง 20,357 ล้านบาท คิดเป็น 44%  รองลงมาเป็นอาคารชุด มูลค่า 15,510 ล้านบาท คิดเป็น 34%  และทาวน์เฮาส์ลมูลค่า 4,813 ล้านบาท คิดเป็น 11%

โดยอาคารชุดที่ประสบปัญหาจนหยุดขายไป ได้แก่ อาคารชุดราคา 1-2 ล้านบาท จำนวน 5,122 หน่วย คิดเป็น 28%  เช่นเดียวกับทาวน์เฮาส์ราคา 1-2 ล้านบาท หยุดขายรวม 1,431 หน่วย  ส่วนบ้านเดี่ยวราคา 3-5 ล้านบาท เหลือขายจำนวนมากถึง 1,418 หน่วย 

สำหรับสาเหตุที่ล้มเลิกโครงการไปจนหยุดการขาย ได้แก่ 1. สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ 30 โครงการ 2.ขายไม่ออก/ไม่มีคนซื้อ/รูปแบบสินค้าไม่เหมาะสม 21 โครงการ 3. ไม่ผ่าน EIA 9 โครงการ 4. รอปรับราคาขายใหม่ 7 โครงการ 5. เปลี่ยนรูปแบบโครงการ 8 โครงการ  6. ทำเลที่ตั้ง (ห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวก) 6 โครงการ 7. ติดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และทางเข้าออก 3 โครงการ และ 8. ปรับปรุงโครงการ (น้ำท่วม) 5 โครงการ

หากเทียบกับสถานการณ์เมื่อปลายปี 2555  จะพบว่า จำนวนโครงการที่ล้มเลิกไป ลดน้อยลงจาก 108 โครงการเหลือเพียง 89 โครงการ เท่ากับลดลง 18%  จำนวนหน่วยขายที่ล้มเลิกไปก็ลดลง 3,915 หน่วย หรือ ลดลง 18%  และมูลค่าความเสียหายก็ลดลง 10,544 ล้านบาท หรือลดลง 19% จึงยืนยันได้ว่า สถานการณ์ในขณะนี้ไม่ได้มีปัจจัยที่เป็นลบในวงการอสังหาริมทรัพย์จนน่าเป็นห่วง


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 ส.ค. 2556 เวลา : 12:27:12
25-07-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2024, 5:48 pm