อสังหาริมทรัพย์
"หนี้บัตรเครดิต - สินเชื่อส่วนบุคคล" ปัจจัยลบกระทบยอดขอสินเชื่อซื้อบ้าน


 

สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เผยยอดปฎิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยพุ่ง 35% แต่มั่นใจยอดปล่อยสินเชื่อปีนี้ทะลุ 300,000  ล้านบาท รับอานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ 

 

 

 
 
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย  และเลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า ขณะนี้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อเคหะได้ลดลง เนื่องจากผู้ยื่นกู้ประสบปัญหามีรายได้ไม่เพียงพอต่อความสามารถในการผ่อนชำระมากขึ้น จากที่ในปีก่อนมีสัดส่วนดังกล่าวเพียง 30% และเพิ่มเป็น 50%-60% ในปีนี้ เนื่องจากผู้ที่ยื่นกู้เป็นหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ขณะที่เกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารนั้นยังคงเหมือนเดิม คือให้กู้ได้ไม่เกิน 40% ของรายได้ทั้งหมด

“ในปีที่ผ่านมา ผู้ที่ยื่นกู้แล้วไม่ผ่าน เพราะมีปัญหาหนี้เสีย (ติดแบล็คลิสต์) คิดเป็นสัดส่วน 30% และมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการขอสินเชื่อสัดส่วน 30% ส่วนที่เหลือเป็นเพราะเอกสารไม่ครบสมบูรณ์ และอื่นๆ แต่ปัจจุบันนี้ปรากฎว่าสัดส่วนที่มีรายได้ไม่เพียงพอเพิ่มขึ้นเป็น 50-60%"

ขณะที่ แนวโน้มดอกเบี้ย นับจากนี้ไปอีก 3 ปีข้างหน้าเป็นขาขึ้นแล้ว ทำให้มีแนวโน้มผู้ที่ยื่นขอกู้เงินซื้อบ้านจากสถาบันการเงินมีสัดส่วนไม่ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นอีก โดยวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ต้องผ่อนชำระเดือนละ 8,000 บาท เป็นต้น

สำหรับประเด็นที่คาดว่า โครงการซื้อรถคันแรกจะกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้น นายชาติชาย บอกว่า ไม่น่าจะกระทบต่อการปล่อยกู้สินเชื่อบ้านมากนัก เนื่องจากผู้ที่กู้เงินไปซื้อรถคันแรกนั้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กจบใหม่ ซึ่งนิยมซื้อรถก่อนซื้อบ้านอยู่แล้ว ขณะที่ความสามารถผ่อนชำระจะกู้เงินได้เพียง 750,000 บาท ซึึ่งไม่สามารถยื่นกู้ขอสินเขื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้ เพราะราคาบ้านและคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ราคาอยู่ที่ 1 ล้านบาทขึ้นไป อีกทั้งกู้เงินจากบริษัทเช่าซื้อ (ลิสซิ่ง) ของค่ายรถยนต์นั้น ๆ เองเป็นหลัก ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อยอดการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์

 
 
 
ด้าน นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าจะมียอดการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากกว่า  300,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ถึงแม้จะเป็นทางอ้อมก็ตาม โดยเชื่อว่า ช่วงครึ่งปีหลังนี้ สินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์ จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5-10% แม้ว่าธนาคารจะมีตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อเฉลี่ยสูงถึง 35% ก็ตาม เพราะภาคธนาคารหันไปแข่งขันด้านเงินฝากเพิ่มขึ้น และชะลอการปล่อยสินเชื่อบ้านลง แต่ส่วนตัวมองว่า เป็นการระมัดระวังที่ดีในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้ยอดสินเชื่อมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้น

 
 
 
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า แนวโน้มธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์จะ ยังไม่เกิดภาวะล้นตลาด เนื่องจากผู้ประกอบการได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และมองว่าราคาบ้านมือสองจะยังถูกกว่าบ้านใหม่ 20-30% พร้อมกันนี้สมาคมฯ ได้ร่วมกับบริษัทโฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด ได้จัดงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯ บ้านมือสอง และสินเชื่อแห่งปี ระหว่างวันที่ 22-25 ส.ค.นี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมีบริษัทมาร่วมออกบูธกว่า 80 บริษัทรวม 300 โครงการ พร้อมทั้งสถาบันการเงินต่าง ๆ มาให้บริการด้วย คาดว่าจะมียอดขายภายในงานไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 4,969 ล้านบาท และมียอดขอสินเชื่อกว่า 11,750 ล้านบาท จากผู้ร่วมงานไม่ต่ำกว่า 80,000 คน

ภายในงานดังกล่าว จะมีการให้บริการสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินหลายแห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารอาคารสงเคาะห์, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (หาชน) และบรรษัทตลาดรองสินเชี่อที่อยู่อาศัย (ตท.) ซึ่งสถาบันการเงินทุกแห่งจะจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่ิอสร้างแรงจูงใจให้เลือกใช้สินเชื่อกับสถาบันการเงินของตัวเอง
 

LastUpdate 09/08/2556 15:57:29 โดย : Admin
25-07-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2024, 5:46 pm