อสังหาริมทรัพย์
คิวเฮ้าส์ ปรับพอร์ตลงทุน ลุยตลาดกลาง-ล่าง รับมือปัญหาเศรษฐกิจ-การเมือง / ชิงปรับราคาบ้านขึ้นแล้ว 8%


 
คิวเฮ้าส์ประกาศลงทุนโครงการระดับกลาง-ล่าง ลดสัดส่วนสร้างบ้านระดับบน หลังเจอปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ต้นทุนพุ่ง เผยแบกรับต้นทุนเพิ่มไม่ไหว ชิงปรับราคาบ้านแล้ว 8% ตั้งเป้าโกยยอดขาย 20,000 ล้านบาท  
 
 
 
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (QH) เปิดเผยว่า บริษัทได้หันมาเพิ่มสัดส่วนการสร้างบ้านระดับกลางถึงล่างมากขึ้น มีระดับราคาเฉลี่ยหลังละ 3-4 ล้านบาท พร้อมทั้งปรับลดสัดส่วนการสร้างบ้านตลาดบนลง ที่มีราคาเฉลี่ยหลังละ 5-6 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่า กลุ่มตลาดกลางถึงล่างนั้น ยังมีกำลังซื้อที่แท้จริง และมีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยสูง คาดว่าภายใน 3 ปีนี้จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนการสร้างบ้านระดับบนที่ 26% จะเหลือเพียง 20% ระดับกลาง จาก 45% เหลือ 40% และระดับล่างจาก 28% เป็น 40%

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 11 โครงการ มูลค่ารวม 6,437 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการภายใต้แบรนด์ “ควอลิตี้ เฮ้าส์” 1 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมที่จังหวัดเชียงใหม่ และโครงการโดยบริษัท คาซ่า วิลล์ จำกัด 2 โครงการ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 1 โครงการที่กรุงเทพฯ และคอนโดมิเนียม 1 โครงการที่เชียงใหม่ โครงการภายใต้แบรนด์ “เดอะทรัสต์” 3 โครงการ แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 1 โครงการในกรุงเทพ และคอนโดมิเนียม 2 โครงการที่ต่างจังหวัด

 
 
 
นอกจากนี้ จะเปิดโครงการใหม่พัฒนาเป็นทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยว ภายใต้แบรนด์ “กัสโต้” 5 โครงการ ประกอบด้วยโครงการบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ 1 โครงการ ทาวน์โฮมในกรุงเทพฯ 3 โครงการ และต่างจังหวัด 1 โครงการ ซึ่งจะทยอยเปิดตัวตามแผนที่วางไว้

สำหรับแผนการลงทุนในปีหน้านั้น บริษัทวางเป้าหมายจะเปิดโครงการใหม่อีก 15 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 11,100 ล้านบาท  เพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทและบริษัทในเครือได้เปิดโครงการใหม่จำนวน 8 โครงการ เป็น โครงการบ้านจำนวน 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 6,631 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 5,550 ล้านบาท 

ปัจจุบันมียอดขายรอโอนแล้ว 10,500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2558 พร้อมกันนี้ยังมีแผนที่จะขายโครงการเซ็นเตอร์ พอยท์ สีลม เข้าเป็นสินทรัพย์กองทุนอสังหาริมทรัพย์ในปี 2557 ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท และเตรียมออกหุ้นกู้อีก 4,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดไถ่ถอน

 
 
 
นายรัตน์ กล่าวอีกว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับราคาบ้านขึ้นไปแล้ว 8% ตามภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากค่าแรงงาน และวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมทั้งขอรอดูสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังอีกครั้งว่าจะต้องปรับราคาขึ้นอีกหรือไม่ และยอมรับว่ายังมีปัจจัยที่น่าห่วง คือ ภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีรายได้ทั้งสิ้น 6,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% และมีกำไรสุทธิ 1,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 241% ขณะที่มียอดขายช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา 12,500 ล้านบาท คิดเป็น 63% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน แต่บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายรายได้ไว้เท่าเดิมที่ 18,000 ล้านบาท  

ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Back-log) ประมาณ 10,500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 3,700 ล้านบาท ในปี 2557 ประมาณ 3,300 ล้านบาท และในปีถัดไปประมาณ 3,500 ล้านบาท ประกอบกับในปีนี้บริษัทพัฒนาโครงการที่ตอบรับความต้องการในตลาดบ้านระดับกลาง-ล่างมากขึ้น จึงทำให้มียอดรับรู้รายได้เพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังมีบริษัทในเครือ คือ บริษัท เดอะ คอนฟิเด้นซ์ และ บริษัท กัสโต้ วิลเลจ ที่มุ่งขยายฐานธุรกิจสู่ต่างจังหวัดมากขึ้นด้วย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 ส.ค. 2556 เวลา : 10:06:04
25-07-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2024, 4:38 pm