อสังหาริมทรัพย์
ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ ฉีกกฎตัวเองด้วยการออกแบบบ้านสไตล์ "อาร์ต เดคโค" แต่ไม่ทิ้งสไตล์ "คลาสสิค"


 

 
ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ เปิดแบบบ้านใหม่ 2 แบบ 2 สไตล์ แบบ Palermo สไตล์คลาสสิค และแบบ Pearl of The Peninsula สไตล์อาร์ต เดคโค (Art Deco) เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี เจาะกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่อายุ 35 ปีขึ้นไป พร้อมเปิดตัวหนังสือ The House of Emperor Vol.II
 
นายสุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวแบบบ้านใหม่ 2 แบบ 2 สไตล์ คือแบบ Palermo ซึ่งเป็นบ้านสไตล์คลาสสิค และแบบบ้านสไตล์อาร์ต เดคโค (Art Deco) คือ บ้านแบบ Pearl of The Peninsula เป็นบ้านขนาดใหญ่บนพื้นที่ใช้สอย 1,975 ตารางเมตร ราคาตารางเมตรละ 34,000 บาทขึ้นไป  เนื่องจากต้องการขยายฐานลูกค้าและชิงส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น โดยในปีหน้ามีแผนจะปรับขึ้นราคาอีกราว 7-8% ขึ้นอยู่กับต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

"ในช่วง 10 ปีแรกของการเปิดบริษัท ลูกค้าหลักเป็นกลุ่มเจ้าของกิจการ อายุประมาณ  55 ปีขึ้นไป แต่ในช่วง 10 ปีต่อมา ขยายสู่กลุ่มที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป และใน 5 ปีหลังนี้ กลุ่มลูกค้ามีอายุน้อยลงอีกเรื่อยๆ เราจึงได้วิเคราะห์ และขยายตลาดเพื่อต้องการจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุประมาณ 35 ปีขึ้นไป"กรรมการผู้จัดการกล่าว
 
 
 
 
สำหรบการเพิ่มดีไซน์ในสไตล์อาร์ต เดคโคนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ ได้ฉีกกฎของตัวเองจากเดิมพัฒนาแบบบ้านสไตล์คลาสสิคมาโดยตลอด 25 ปี ซึ่งเหตุผลที่ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วในการที่จะเพิ่มงานดีไซน์แบบบ้านในสไตล์อาร์ต เดคโค เกิดจากการวิเคราะห์ประสบการณ์ที่ผ่านมา โดยดูจากไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มนี้  พบว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูง หลายคนเรียนจบมาจากต่างประเทศ มีรสนิยม ขับรถสปอร์ต ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ มองงานคลาสสิคเป็นงานที่เหมาะสำหรับคนมีอายุ จึงเป็นที่มาของการออกแบบบ้านในสไตล์ Art Deco ที่มีความหรูหรา สง่างาม เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความชอบของคนในกลุ่มนี้ 

สถาปัตยกรรมสไตล์ อาร์ต เดคโค (Art Deco) เป็นรูปแบบหนึ่งของสไตล์การออกแบบที่เกิดขึ้นก่อนศตวรรษที่ 20 หรือในราวปี คศ.1925 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยเกิดตามหลังศิลปะสไตล์ Art Nouveau (อาร์ต นูโว) ซึ่งศิลปะสไตล์อาร์ต เดคโค ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในยุโรป และอเมริกา ในการพัฒนารูปทรงอาคารที่เป็นการออกแบบเรียบๆ แต่เน้นรูปทรงเรขาคณิตเป็นหลัก ซึ่งจะมาพร้อมกับโทนสีเรียบๆอย่างสีน้ำตาล ดำ และด้วยมนต์เสน่ห์ของศิลปะแขนงนี้ที่สะท้อนได้ถึงความงดงามและคงเป็นอมตะตลอดกาล ซึ่งศิลปะสไตล์อาร์ต เดคโค สำหรับประเทศไทย ได้แก่ วัดพระราม 9 ซึ่งตัวอุโบสถมีการออกแบบที่เป็นอาร์ต เดคโค อย่างชัดเจน 

ขณะที่ผลงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ได้แก่  ตึกไคร์เลอร์ (Chrysler Building) อาคารเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building) และสะพานโกลเดนเกต (Golden Gate Bridge) ที่สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งอาคารเหล่านี้ยังได้รับการยอมรับและกล่าวถึงในแง่ของความงามมาจนถึงปัจจุบัน แต่ศิลปะ Art Deco ไม่ได้จำกัดอยู่ในงานสถาปัตยกรรม เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการออกแบบในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น เสือผ้า เครื่องหนัง เครื่องแก้ว และรวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ได้นำศิลปะ Art Deco มาออกแบบอีกด้วย

นายสุรัตน์ชัย กล่าวว่า การขยายธุรกิจสู่กลุ่มตลาดใหม่ คาดว่าจะสามารถสร้างความน่าสนใจ และผลักดันยอดสั่งสร้างบ้านได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมียอดขายกว่า 220 ล้านบาทแล้ว จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 340 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าอย่างแน่นอน และมียอดขายที่ทยอยรับรู้ (Backlog) มีประมาณ 500 ล้านบาท

นายภูวสิษฐ์ ทวีฤทธิ์ธนวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเพอเร่อร์ ดีวัน จำกัด บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ในเครือบริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ กล่าวถึงการออกแบบบ้านสไตล์อาร์ต เดคโคว่า การออกแบบบ้านสไตล์อาร์ต เดคโค เป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหม่ของทีมงาน ซึ่งงานสไตล์นี้สำหรับประเทศไทยมีน้อยมาก จุดเด่นของสไตล์นี้ คือ การนำรูปทรงเรขาคณิตมาใช้ในงานออกแบบ 

สำหรับวัสดุในการตกแต่งภายในที่ศิลปะแขนงนี้นิยมใช้มักจะเป็นวัสดุพิเศษ โชว์พื้นผิวอย่างเด่นชัด ไม่นิยมใช้วัสดุพื้นเมืองทั่วไป วัสดุที่ใช้ต้องสะท้อนได้ถึงความหรูหรา เช่น ไม้อีโบนี่ (Ebony) ซึ่งเป็นไม้ที่มีลายในตัวเอง มีความสวยงามอยู่ในตัวไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเติมแต่อย่างใด หรือการห่อหุ้มวัสดุด้วยหนังสัตว์ เช่น หนังปลากระเบน หนังปลาฉลาม มาเป็นของประดับตกแต่งบ้าน หุ้มกระเป๋าของผู้หญิง หรืองานพวกเครื่องแก้วที่ทำด้วยมือ ที่มีความอ่อนช้อย แต่ขณะเดียวกันก็ดูสง่างามในตัวเอง ซึ่งแนวการออกแบบสไตล์นี้ยาก แต่ว่าสามารถสร้างอัตลักษณ์ที่แตกต่างให้ผู้อยู่อาศัย และสร้างความภูมิใจได้อย่างแน่นอน

โดยแบบบ้านสไตล์คลาสสิค คือ แบบ Palermo เป็นบ้าน 2 ชั้น  สไตล์   Contemporary Classic  บนพื้นที่ใช้สอย 1,250 ตารางเมตร มี  5  ห้องนอน 7   ห้องน้ำ ส่วนรับแขก ห้องทานอาหาร ห้องครัวและเตรียมอาหาร ห้องพระ ห้องโฮมเธียเตอร์ พร้อมส่วนบริการ ขนาดตัวบ้าน  21เมตร X  37เมตร  ขนาดของที่ดิน  35x 50 เมตร (400  ตารางวา)

 
 
 
ส่วนแบบบ้าน สไตล์อาร์ต เดคโค คือ แบบ Pearl of The Peninsula เป็นบ้าน 2 ชั้น บนพื้นที่ใช้สอย 1,975 ตารางเมตร มี 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ห้องครัวและห้องเตรียมอาหาร ห้องรับประทานอาหาร ห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องพระ ห้องโฮมเธียร์เตอร์ โถงเอนกประสงค์ พร้อมอาคารจอดรถ และเรือนแม่บ้าน ขนาดตัวบ้าน  56 X 39 เมตร   ขนาดของที่ดิน 68X 48 เมตร (800 ตารางวา)
 
นอกจากนี้ บริิษัทยังได้จัดทำหนังสือ The House of Emperor Vol. II โดยเลือกบ้านที่สร้างทั้งสิ้น 9 หลัง มานำเสนอความสวยงามทั้งภายนอก ความละเอียดของงานตกแต่งภายใน และการจัดสวน ทั้งยังมีบทความเชิงวิชาการเพื่อให้คนในวงการก่อสร้าง นิสิต นักศึกษาได้อ่านเป็นความรู้ หนังสือชุดนี้มีทั้งสิ้น 2 เล่ม ราคา 2,200 บาท จะวางขายในเดือนกันยายน แต่จะเปิดให้จองได้ก่อนพร้อมรับของสมนาคุณสำหรับลูกค้าในงาน Home Builder 2013 ที่บูธของ ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 22-25 สิงหาคม 2556 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ส.ค. 2556 เวลา : 09:20:01
25-07-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2024, 5:51 pm