อสังหาริมทรัพย์
"ดี เวล แกรนด์ แอสเสท" ทุ่ม 580 ล้านบาท ลุยตลาดคอนโดมิเนียม


 

"ดี เวล แกรนด์ แอสเสท" ผุดคอนโดในซอยสายลม จับตลาดคนรุ่นใหม่ แย้มแผนลงทุนระยะ 3 ปีข้างหน้า ลงทุนโครงการทั้งแนวราบ และแนวสูง

 

 

นายถวนันท์ ธเนศเดชสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี เวล แกรนด์ แอสเสท จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโครงการ ดิ เมโมเรียล พหลโยธิน 8 เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไร้ท์ สูง 8 ชั้น จำนวนรวม 123 ยูนิต ประกอบด้วย ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35.93– 44.93 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 59 – 72.74 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 580 ล้านบาท ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ในซอยพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน ราคาขายยูนิตละ 3.3 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 97,000 บาท ซึ่งได้ขยับขึ้นจากเดิมที่ตารางเมตรละ 95,000 บาทในช่วงทดลองขาย (พรีเซล) ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี 

ปัจจุบันมียอดจองเข้ามาแล้วกว่า 40% หรือมียอดขายรวม 50 กว่ายูนิต จึงมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 70-80 % ภายใน 3 เดือนที่เปิดขายอย่างเป็นทางการ และคาดว่าจะสามารถขายได้หมด ก่อนที่จะเริ่มก่อสร้างกลางปีหน้า โดยเน้นกลยุทธ์ direct marketing เป็นหลัก

 

 

ภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมส่วนหย่อมลอยฟ้า พัตติ้งกรีน ซันพาวิลเลี่ยน และลานบาร์บีคิวลอยฟ้า ระบบคีย์การ์ด-รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ให้ความรู้สึกผ่อนคลายด้วยการออกแบบล๊อบบี้เพดานสูงโปร่ง โล่งสบาย และเป็นจุดลงตัวของงานออกแบบด้วยความเรียบง่ายและผ่อนคลาย 

“ทำเลในย่านพหลโยธินชั้นใน สะพานควาย และลาดพร้าวตอนต้นนั้น ปัจจุบันถือว่าเป็นย่านธุรกิจสำคัญ มีศักยภาพสูง และเป็นแหล่งธุรกิจติดอันดับ 1 ใน 10 ของทำเลธุรกิจในกรุงเทพฯ เพราะมีการเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน โดยที่ผ่านมามีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมจำนวนมาก เพื่อรองรับกำลังซื้อของกลุ่มคนรุ่นใหม่ระดับบีบวกขึ้นไป ซึ่งในส่วนของคอนโดมิเนียมไม่เกิน 8 ชั้นนั้น ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กเท่านั้น เพราะยังพอหาที่ได้บ้าง และไม่ได้ก่อสร้างโครงการใหญ่มากนัก”

นายถวนันท์ กล่าวว่า ปัจจุบันที่ดินหายากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งราคาที่ดินในย่านนี้ก็สูงขึ้นมาก หรือเฉลี่ยตารางวาละ 300,000 บาท ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหาที่ดิน เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ๆ 

สำหรับทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในปี 2557 นั้น ยังต้องจับตา 2 ปัจจัยหลัก ที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ คือปัญหาแรงงาน และสถาบันการเงินที่เข้มงวดการปล่อยกู้มากขึ้น ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทไม่ค่อยประสบปัญหาดังกล่าว เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่อาศัยเอง ไม่ค่อยมีการซื้อเก็งกำไรแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้วางแผนระยะ 3 ปี จะพัฒนาโครงการให้ครบทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งยังมีที่ดินเปล่าอยู่ในมืออีก 5-6 แปลง โดยวางเป้าหมายจะมีรายได้ปีละ 1,000 ล้านบาท

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 พ.ย. 2556 เวลา : 14:36:19
25-07-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2024, 5:59 pm