อสังหาริมทรัพย์
สมาคมไทยรับสร้างบ้านฟันธง "ตลาดรับสร้างบ้านเดี้ยง" หนีไม่พ้นพิษการเมือง



 
สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ชี้ตลาดรับสร้างบ้านปีนี้โตเพียง 12% เหตุการกระตุ้นตลาดของผู้ประกอบการในช่วง 3 ไตรมาสแรกเวิร์ก แต่ไตรมาสสุดท้ายเจอพิษการเมืองเล่นงานอ่วม ตลาดชะลอตัวทันที ทั้งกรุงเทพฯปริมณฑลและภาคใต้
 
 
 
 
 
 
นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน ( THCA) เปิดเผยภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในต่างจังหวัดปี 2556 ว่า ปริมาณและมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2555 โดยประเมินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจนี้ แยกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 1.กลุ่มสมาคมไทยรับสร้างบ้าน 2.กลุ่มผู้ผลิตวัสดุที่ขยายไลน์มาสู่รับสร้างบ้าน 3.กลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านทั่วไป (ไม่สังกัดสมาคมหรือชมรมใด) และ 4.กลุ่มสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน 
 
ทั้งนี้ เมื่อสำรวจในแง่การทำตลาดรับสร้างบ้านของแต่ละกลุ่มธุรกิจ พบว่า 3 กลุ่มแรก หันมาเน้นแข่งขันและขยายตลาดรับสร้างบ้านต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้คาดว่ามีสัดส่วนการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10-30 ขณะที่กลุ่มสุดท้ายยังคงทำตลาดอยู่เฉพาะกรุงเทพในกรุงเทพฯ เป็นหลัก และเติบโตแบบชะลอตัว
 
สำหรับความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ของผู้บริโภค ที่ใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้าน พบว่า ไตรมาสที่ 1-3 กำลังซื้อและปริมาณสร้างบ้านโดยรวมทั่วประเทศขยายตัวได้ดี โดยเป็นผลมาจากการแข่งขันกระตุ้นตลาดของผู้ประกอบการเป็นสำคัญ ทั้งตลาดรับสร้างบ้านภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ยกเว้นในบางจังหวัดที่เผชิญกับภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมเป็นบางขณะ ในส่วนของตลาดรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล การกระตุ้นตลาดของผู้ประกอบการไม่คึกคักเท่าที่ควร โดยมีเฉพาะบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำเพียงไม่กี่ราย ที่ทำการตลาดหรือมีการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดรับสร้างบ้านในกรุงเทพฯ ไม่เติบโตดังที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 
 
ส่วนในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2556 ปริมาณและมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น โดยกำลังซื้อของผู้บริโภคหรือตลาดรับสร้างบ้านที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ตลาดในเขตกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการต่างประเมินกันว่า ไตรมาสสุดท้ายกำลังซื้อน่าจะเติบโตได้ร้อนแรงกว่านี้
 
 
 
 
 
 
 
อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปีนี้ ถือว่าเติบโตได้ถึง 2 หลัก หรือในระดับที่สูงกว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ความผันผวนของต้นทุน และการเมือง ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดปีที่ผ่านมา
 
ประการสำคัญเป็นเพราะผู้ประกอบการมีการปรับตัวได้ดี ทั้งการขยายตลาดหรือเจาะกลุ่มกำลังซื้อใหม่ๆ การใช้เทคโนโลยีก่อสร้างแทนการใช้แรงงานมากขึ้น การรวมกลุ่มและคำสั่งซื้อ และการกระจายความเสี่ยงของรายเดิมด้วยการขยายสาขาออกไปในพื้นที่ใหม่ เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเมือง เป็นต้น รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัยหลังใหม่ ที่หันมาสนใจเลือกใช้บริการมืออาชีพหรือบริษัทรับสร้างบ้านเป็นอันดับแรกมากขึ้น 
 
ทั้งนี้ต่างจากในอดีตที่ผู้บริโภคมักนิยมเลือกพิจารณาผู้ประกอบการรายย่อยๆ ก่อน ซึ่งจากพฤติกรรมดังกล่าวนับเป็นโอกาสดีของแบรนด์บริษัทรับสร้างบ้าน ซึ่งเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือของผู้บริโภค นอกจากนี้ ธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้าน หันมาให้ความสำคัญและเน้นปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกค้าบ้านสร้างเองและรับสร้างบ้านมากขึ้น มีการปรับเงื่อนไขและขั้นตอนบริการ พร้อมๆ กับร่วมมือกับสมาคมและกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนฐานลูกค้าสินเชื่อปลูกสร้างบ้านมีการขยายตัวออกไปในภูมิภาคมากขึ้น

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ธ.ค. 2556 เวลา : 14:54:56
25-07-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2024, 5:28 pm