บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)หรือซีพีเอฟเดินหน้าสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายความยั่งยืนปี2563 พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายระยะยาวด้านสวัสดิภาพสัตว์ การบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการบรรจุภัณฑ์ ครอบคลุมกิจการในประเทศและต่างประเทศ
นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่าเป้าหมายการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในปี2563ที่สำคัญภายใต้วิสัยทัศน์“ครัวของโลก”เดินหน้าตามกลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก คือ อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตนและดินน้ำป่าคงอยู่ ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร สุขภาพโภชนาการ สวัสดิภาพสัตว์ การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การพัฒนาและสนับสนุนชุมชน ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการบรรจุภัณฑ์ การจัดการพลังงาน น้ำและของเสีย สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้บริโภค
บริษัทฯได้ประกาศนโยบายด้านสวัสดิภาพสัตว์ วิสัยทัศน์ระดับโลกด้านการใช้ยาต้านจุลชีพด้วยความรับผิดชอบ การบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายความยั่งยืนระยะยาวระหว่างปี 2568 – 2571 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals :SDGs) และสอดคล้องตามหลักการของข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact : UN Global Compact)
นโยบายสวัสดิภาพสัตว์ของซีพีเอฟได้กำหนดเป้าหมายในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการอย่างเคร่งครัด มีจริยธรรมสอดคล้องตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับของประเทศและประเทศคู่ค้า ข้อกำหนดของลูกค้าและมาตรฐานสากลด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างต่อเนื่อง โดยนำหลักอิสระ 5 ประการ*(Five Freedoms)มาใช้ในการจัดการธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ การผลิตเนื้อสัตว์และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสัตว์
ภายใต้นโยบายสวัสดิภาพสัตว์ ฟาร์มสุกรแม่พันธุ์อุ้มท้องจะเปลี่ยนเป็นระบบการเลี้ยงแบบคอกขังรวม 100% ภายในปี 2568 สำหรับกิจการในประเทศไทยซึ่งมีการปรับปรุงฟาร์มแม่พันธุ์สุกรอุ้มท้องเพิ่มขึ้นจาก 24% ในปี 2560 เป็น 33% ในปี 2561ส่วนกิจการในต่างประเทศจะดำเนินการให้แล้วเสร็จปี 2571ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 7%
ธุรกิจสัตว์ปีกได้ศึกษาเพื่อพัฒนาฟาร์มไก่ไข่ในประเทศไทยไปสู่ระบบการเลี้ยงแบบปล่อยในโรงเรือน (cage free) ตั้งแต่ปี 2561 ตลอดจนฟาร์มไก่เนื้อในไทยมีเจ้าหน้าที่สวัสดิภาพสัตว์ปีก (Poultry Welfare Officer) 100% ในปีที่ผ่านมาซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายปี 2563 ส่วนกิจการในต่างประเทศดำเนินการแล้ว 63% ในปี 2561 โดยฟาร์มไก่เนื้อในประเทศไทยทั้งหมดเป็นระบบการเลี้ยงตามหลักการสวัสดิภาพสัตว์ตั้งแต่ปี 2543
ซีพีเอฟประกาศวิสัยทัศน์ระดับโลกด้านการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์ ซึ่งเน้นการผลิตอาหารที่มีความปลอดภัย มีคุณภาพและยึดหลักความยั่งยืน ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีความรับผิดชอบและสมเหตุผล(Responsible and Prudent Use of Antibiotics)ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามแนวทางนโยบายสวัสดิภาพสัตว์ของบริษัทฯและการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีมนุษยธรรม ซึ่งส่งเสริมให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงตามธรรมชาติจะช่วยแก้ปัญหาเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance : AMR) ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก
นอกจากนี้ซีพีเอฟยังให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาขยะพลาสติกโดยเฉพาะจากบรรจุภัณฑ์ โดยมุ่งมั่นพัฒนาออกแบบและจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด“เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ Circular Economy ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อใช้ทรัพยากรในการผลิตบรรจุภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงการใช้งานตลอดอายุของบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่การรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การปกป้องผลิตภัณฑ์ในระหว่างการขนส่ง การบริโภค การจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค ตลอดจนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถยืดอายุของอาหารให้ยาวนานขึ้นเพื่อลดการสูญเสียอาหารที่ไม่ถูกบริโภค (Food Waste)
บริษัทฯมีการจัดหาบรรจุภัณฑ์ที่มีการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในบรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีการสัมผัสกับอาหารโดยตรงหรือใช้สำหรับการขนส่ง เช่น กล่องกระดาษลูกฟูก ซึ่งใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิตตั้งแต่ 70-100% ขณะที่สินค้ากลุ่มหมูสดและไก่สดแช่เย็นบรรจุในถาดพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic)ทำจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้หรือโพลีแลคติค แอซิส (Polylactic Acid : PLA)นับเป็รายแรกของประเทศไทย โดยในปี 2561สามารถลดการใช้ถาด PET ได้กว่า 3.9 ล้านชิ้นหรือกว่า60 ตัน เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 132 ตันคาร์บอนไดอ๊อกไซด์
นายวุฒิชัยกล่าวย้ำว่าเป้าหมายระยะยาวด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติกในประเทศไทยต้องนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) นำมาใช้ใหม่ (Recyclable)นำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้ (Upcyclable)หรือสามารถย่อยสลายได้ (Composable) 100% ในปี 2568 สำหรับกิจการในประเทศ ส่วนกิจการในต่างประเทศจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2573
“ซีพีเอฟไม่เพียงดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าหมายเท่านั้นแต่ยังคงมุ่งมั่นตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบ เพื่อให้สังคมดี สิ่งแวดล้อมดีและคุณภาพชีวิตที่ของประชาคมโลก”นายวุฒิชัย กล่าว
ซีพีเอฟลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างต่อเนื่อง เช่น สายธุรกิจผลิตไก่เนื้อครบวงจรมีการใช้กระบะสแตนเลสเพื่อขนย้ายผลิตภัณฑ์ในกระบวนการผลิต สายธุรกิจการเลี้ยงสัตว์น้ำนำ Q-Pass Tank มาใช้บรรจุลูกพันธุ์กุ้งเพื่อส่งมอบให้ลูกค้าและสายธุรกิจอาหารสัตว์บกนำถังบรรจุอาหารสัตว์ขนาดใหญ่ (Bulk Feed Tank) มาทดแทนการใช้ถุงพลาสติก ขณะที่ซีพีเฟรชมาร์ทมีการรณรงค์ด้วยการงดให้บริการถุงพลาสติกแก่ลูกค้า คาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้กว่า 5 ล้านชิ้นต่อปี นายวุฒิชัยกล่าวเสริม
ข่าวเด่น