กรอบทองสัปดาห์นี้ 1,760-1,800 ดอลล์
ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัว Sideway ออกข้าง
ราคาทองคำจากสัปดาห์ก่อนปรับตัวขึ้น ถึงแม้ดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI)และยอดค้าปลีกออกมาสูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 0.4% และ 0.8% ตามลำดับ ส่งผลให้ภาพรวมเงินเฟ้อของสหรัฐกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
โดยเงินเฟ้อเดือนกันยายนอยู่ที่ 5.4% ขณะที่เดือนสิงหาคม 5.3% ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาดีกว่าคาด แต่ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงจาก 1.64% เหลือ 1.51% ณ ต่ำสุดส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำจึงปรับตัวขึ้น
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญยังค่อนข้างน้อย อีกทั้งตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อของสหรัฐ ทำให้การวิเคราะห์ทองคำต้องดูแนวโน้มของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี(bond yield) และดัชนีดอลลาร์ (dollar index) เมื่อตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อ เพราะกลัวว่าธนาคารกลางสหรัฐจะใช้ไม้แข็งอย่างการขึ้นดอกเบี้ยที่อาจมาเร็วกว่าคาดไว้
ความกังวลดังกล่าวจึงหนุน bond yield เร่งตัวต่อเนื่องโดยมีบางช่วงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 5 เดือน ที่ระดับ 1.67% แต่ก็ไม่สามารถกดดันราคาทองคำได้ เนื่องจาก ดัชนีดอลลาร์ ที่ล่าสุดย่อตัวหลุดแนวรับบริเวณ 93.75 ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าและหนุนทองคำปรับตัวขึ้น
ขณะที่สัปดาห์หน้า ต้องติดตามประกาศตัวเลขสำคัญอย่างดัชนีราคาผู้บริโภคส่วนบุคคล(Core PCE) เป็นดัชนีหลักที่เฟดใช้สะท้อนภาคการบริโภคของคนสหรัฐว่าการที่เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นการบริโภคฟื้นตัวมากน้อยอย่างไร
อีกทั้งต้องจับตา GDP Q3 ของสหรัฐ ที่เฟดคาดการณ์ว่า Q3 อาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลต้า ฝ่ายวิจัยฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินกรอบทองคำในสัปดาห์นี้ 1,760-1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (21 ต.ค.)ดัชนีปรับตัวในแดนบวกตลอดช่วงการซื้อ-ขาย จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หุ้นในกลุ่มอสังหาฯ จากการที่ธปท.ผ่อนคลายเพดาน LTV สินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่เป็น 100% ถึงสิ้นปี 65 และหุ้นในกลุ่มการเงิน ที่ราคาอยู่ในโซนล่าง ที่มีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่เห็นแรงขายในหุ้นธนาคารบางตัว จากการ Sell on Fact หลังจากกลุ่มธนาคารรายงานงบรายไตรมาสครบแล้ว ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,643.42 จุด +5.87 จุด +0.36% มูลค่าการซื้อขาย 71,102 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดดัชนีสัปดาห์นี้มีโอกาสแกว่งตัว Sideway ออกข้าง โดยยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุน Fund Flow นักลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ทรงตัวในระดับสูงช่วงพยุงตลาด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,660 จุด
สำหรับสัปดาห์นี้หุ้นที่น่าจับตามองได้แก่ LH โดยราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ 8.35 บาท ดีดตัวขึ้นแรง มีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ MACD มีค่าสัญญาณ Bullish คาดราคามีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 8.75-9.00 บาท มีแนวรับที่ 8.10 บาท และมีจุด cut loss ที่ 8.00 บาท
และหุ้น BAM ราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ 19.30 บาท ทยอยไต่ระดับขึ้น พร้อม Volume สะสมต่อเนื่อง และ MACD+Slow Sto. มีค่าสัญญาณซื้อ หากผ่านต้าน 20.10บาท จะมีต้านถัดไปที่ 20.50 บาท มีแนวรับอยู่ที่ 18.80 บาท และมีจัด cut loss ที่ 18.50 บาท
ข่าวเด่น