
สำหรับในประเทศไทย NFT กำลังเป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ไม่จำกัดอยู่แค่เพียงคนเฉพาะกลุ่มที่คลุกคลีกับโลกของ Blockchain อีกต่อไป เนื่องด้วยตอนนี้ Digital Asset อย่างเหรียญคริปโต กำลังเป็นสินทรัพย์รูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมในการลงทุน ถึงขนาดที่ว่าคนไทยของเราครองสัดส่วนการถือครองเหรียญคริปโตเป็นอันดับ 1 ของโลก หรือคิดเป็น 20.1% เลยทีเดียว (จากรายงาน Digital Stat 2022)
การที่คนส่วนใหญ่ในไทยได้ก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้ามาสู่โลกของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีเหรียญคริปโตเป็นแผนกต้อนรับแล้ว ก็ไม่แปลกถ้าได้เดินลึกเข้ามาในโลกนี้อีก ก็จะเจอเข้ากับสิ่งที่เรียกว่า “NFT” หรือที่ย่อมาจาก “Non-Fungible Token” เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลอีกชนิดหนึ่ง แต่มีข้อแตกต่างกับเหรียญคริปโตตรงที่มีความเป็น Non Fungible หรือเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว ไม่สามารถเลียนแบบหรือผลิตซ้ำขึ้นมาได้ โดยสินทรัพย์ที่เอื้อต่อการนำมาเป็น NFT จะเป็นได้ทั้ง รูปภาพ วีดีโอ ดนตรี อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงของสะสม หรือสิ่งต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว (ซึ่งจะถูกแปลงและจัดเก็บสินทรัพย์นั้นๆ ในรูปแบบของเหรียญ Token) แต่ที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นส่วนของรูปภาพงานศิลปะ ที่ในตอนนี้ในไทยก็ได้มีศิลปินอาร์ทติสหลากหลายคนได้ทยอยออกงานศิลปะในรูปแบบ NFT ของตนกันออกมา โดยมีทั้ง NFT ที่จัดทำโดยอาร์ทติสเพียงคนเดียว และสเกลที่ใหญ่ขึ้นมาอย่างการออกเป็นโปรเจค NFT ที่อาร์ทติสได้ร่วมมือกับบริษัทที่ให้บริการด้าน Digital Asset หรือบริษัทอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ประเภทนี้ ซึ่งล่าสุดนี้เอง ได้มีโปรเจค NFT ที่สเกลใหญ่มากของไทย และสิ่งที่ NFT นี้ Represent ออกมา ก็เป็นบุคคลสำคัญของวงการมวยไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก นั่นก็คือโปรเจค “BUAKAW 1” โดยนักชกระดับตำนานอย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” นี่เอง
“BUAKAW 1” เป็นโปรเจค NFT ที่เกิดจากความร่วมมือของ 3 ฝ่าย ได้แก่ ค่ายมวยบัญชาเมฆ ซึ่งมี บัวขาว บัญชาเมฆ เป็นเจ้าของค่าย, SIX Network บริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มการเงินไร้ตัวกลาง (Decentralized Services Platform) และ บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ YDM Thailand ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งรายใหญ่ของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทในเครือ FSN ประเทศเกาหลีใต้ รวมกว่า 10 บริษัท
.jpeg)
โดยสำหรับผู้ที่ซื้อโปรเจคนี้ จะได้รับสิทธิสิทธิพิเศษเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์กับทางบัวขาว อาทิ ร่วมชมการฝึกซ้อมมวยไทยของบัวขาวทางออนไลน์, ร่วมชมการซ้อมชกนัดพิเศษกับนักมวยที่มีชื่อเสียงต่างๆ, รับหมัดน็อกเอ๊าท์จากบัวขาว, ลุ้นรับของที่ระลึกพิเศษ เช่น นวม และ กางเกงมวยไทย พร้อมลายเซ็นของบัวขาว รวมทั้งของใช้ส่วนตัวของบัวขาว, ลุ้นรับสิทธิ์ในการเข้าพักที่ “BUAKAW Village” ร่วมซ้อมมวย ปะทะหมัดกับบัวขาวตัวจริงที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมไปถึงรับสิทธิ์ในการเข้าร่วมโปรเจกต์ลับ “The Next Fighter” และสิทธิ์ในการเข้าร่วม “BUAKAW Metaverse” โลกเสมือนจริงที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับมวยไทย เช่น ค่ายมวย, สนามแข่งมวย, ผู้ฝึกมวย และ นักมวย ซึ่งผู้ที่มี NFT BUAKAW 1 ไว้ในครอบครอง จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าร่วม 2 โปรเจคนี้ก่อนใคร โปรเจค BUAKAW 1 นี้จึงเป็น NFT อีก1 โปรเจคที่มูลค่าน่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต หลังโปรเจคออกมา
โปรเจค BUAKAW 1 น่าสนใจอย่างไร?
ถึง NFT จะเริ่มเป็นที่พูดถึงในไทยแล้วก็ตาม แต่การที่จะนำเงินไปลงทุนใน NFT นั้น ยังดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวนักสำหรับคนไทยส่วนมาก เพราะมันไม่เหมือนกับการลงทุนในเหรียญคริปโต ที่เพียงเปิดบัญชีกับ Exchange กระดานซื้อ-ขายเหรียญที่มีผู้ให้บริการหลายเจ้าในไทย ผูกบัญชีกับธนาคาร ก็สามารถโอนเหรียญมาลงทุนได้แล้ว แถม Exchange ก็จะรับหน้าที่คอยดูแลเหรียญคริปโตของเราให้ด้วย แต่การที่จะเปิดกระเป๋า Crypto Wallet เช่น กระเป๋า MetaMask เก็บเหรียญไว้กับตัวเอง และใช้ในการเก็บ NFT ดูท่าว่าจะเป็นสิ่งที่ Advance ขึ้นสำหรับใครหลายๆ คน สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT ในไทยตอนนี้ จึงอยู่ในแค่ขั้นของ “Interest” ที่ได้รับความสนใจ แต่ยังไม่ไปถึงขั้น “Purchase” หรือการตัดสินใจซื้อ ตัดสินใจนำเงินไปลงทุน
นั่นจึงหมายความว่า คนที่ลงทุนโปรเจค NFT ของไทย จะจัดได้ว่าเป็นคนที่อยู่ในช่วง Early Adopter (มากๆ) หรือเป็นคนที่อยู่ต้นสาย ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าคนที่เข้ามาลงทุนในโปรเจคเดียวกันภายหลัง แต่ NFT จะมีมูลค่าที่สูงขึ้นได้นั้น ก็ต้องเป็นโปรเจคที่ดูมี Potential ที่ดีด้วย (เสมือนการเลือกลงทุนในหุ้น) ซึ่งการที่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT จะมีมูลค่าขึ้นมาได้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องของ “Community” หรือสังคมของโปรเจค NFT นั้นๆ ถ้าเจ้าของโปรเจคสามารถสร้าง Value ให้กับสังคมของคนที่ครอบครองงาน NFT ของตัวเองได้ มูลค่าของตัว NFT ก็พุ่งสูงขึ้นได้ไม่ยาก เหมือนกับกระเป๋าแบรนด์เนม เช่น Chanel นาฬิกา Rolex หรือรถสปอร์ต มันมีมูลค่าที่สูงได้ ก็เพราะเรื่องของ Branding หรือตัวแบรนด์เป็นคนดีไซน์ออกมาว่าจะให้คุณค่าอะไรกับคนที่ครอบครองสินค้าของตัวเอง อาจจะสร้างภาพลักษณ์ของความเท่ ความดูดี หรือคุณค่าอะไรก็แล้วแต่ที่ดึงดูดคนที่ให้ความสำคัญกับคุณค่านั้นเหมือนกันเข้ามาซื้อสินค้า ซึ่งการที่เราได้ทำการซื้อ และเป็นเจ้าของสินค้านั้นๆ ก็ทำให้เรากลายเป็นคนใน Community โดยปริยาย (เพราะมันก็คือการรวมกลุ่มของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน โดยมีจุดร่วมเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าที่เราถือ)
หลักการข้างต้นนี้ ก็คือหลักการเดียวกับ NFT ตัวโปรเจค BUAKAW 1 ของนักมวยระดับโลกอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ จึงเป็นโปรเจคที่มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จหลังเปิดขายในอนาคต เพราะตัวแบรนด์อย่างบัวขาวนั้นมีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ ไทย ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ อังกฤษ สเปน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ฯลฯ เห็นได้จากจำนวนผู้ติดตามใน Social Media ของบัวขาว ทั้ง Facebook ซึ่งมีผู้ติดตามถึง 4.5 ล้านคน Instagram มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน VDO การชกแมทซ์ต่าง ๆ มียอด View เกินกว่า 10 ล้าน View อย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่าคนที่ชื่นชอบบัวขาว ก็คือคนที่หลงไหลในศิลปะการต่อสู้อย่างมวยไทยเช่นกัน สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ถือครอง NFT ที่ได้กล่าวไปข้างต้น จึงเป็น Value ที่มีมูลค่าและน่าจะเป็นที่ต้องการ สำหรับกลุ่มคนที่เป็น Target ดังกล่าว
NFT BUAKAW 1 จะเปิดให้ Mint ในรอบ Pre-Sale วันที่ 8 พฤษภาคม 2565 (จำกัดสิทธิ์เฉพาะสมาชิก Discord Buakaw 1 และสมาชิกของพันธมิตรที่เข้าร่วมกิจกรรมตามที่กำหนดเท่านั้น) และเปิดรอบ Public Sale ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 บนเครือข่าย Ethereum (ETH) ทางช่องทาง www.buakaw.club/th
ทั้งนี้ "AC News" ไม่ได้ชี้ชวนให้ผู้อ่านลงทุนในโปรเจค NFT ดังกล่าว เพียงแต่เป็นการวิเคราะห์ Potential ของตัวโปรเจคเท่านั้น ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมอย่างถี่ถ้วน เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุน
ข่าวเด่น