คาด SET ในภาพรวมปรับขึ้นได้ต่อ และมีโอกาสเกิดจุดเปลี่ยนแนวโน้มแล้ว หลังปรับลงมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ โดยมองดัชนีปรับลงสะท้อนเรื่องการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดแล้ว ขณะที่เข้าสู่ช่วงรายงานผลการดำเนินงานใน Q3/65 ที่แนวโน้มยังดี เป็นปัจจัยหนุนดัชนี ด้านแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1600 และ 1614 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวรับที่คาดเป็นจุดรองรับได้อยู่ที่ 1570-1580 จุด
ประเด็นสำคัญ
ปธน. ไบเดน สั่งการให้เตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรองฯ 10--15 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์นี้เพื่อสร้างสมดุลให้ตลาดน้ำมัน
FedWatch Tool เพิ่มความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้น ด.บ. 0.75% ในการประชุม 1-2 พ.ย. เป็น 97.4% ส่วน 13-14 ธ.ค. คาดขึ้น ด.บ. 0.75% ที่ 65.3%
AAPL เตรียมปรับลดการผลิตไอโฟน 14 ลงราว 6 ล้านเครื่องในช่วง 2H65
ครม. เตรียมพิจารณาแผนเยียวยาน้ำท่วม-มาตรการกระตุ้น ศก. ปลายปี เช่น โครงการคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกัน หนุน GDP ปีนี้โต 3.3% คาดเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ภายในกลางเดือน พ.ย.
ครม.เห็นชอบยกเว้นภาษีนักแสดงต่างชาติที่มาถ่ายทำในไทย 5 ปี
สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยระบุการค้าระหว่างประเทศชะลอตัว ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เหลือเกินความต้องการ ค่าระวางเรือลดลง 1.5 – 3 เท่า
JASIF ผลการประชุมโหวตไม่ผ่านวาระการแก้ไขสัญญาเรื่องค่าเช่าส่วนประกันรายได้ ต้องติดตามต่อว่า ADVANC จะตัดสินใจเดินหน้าต่อหรือยุติดีล
Amazon Web Services (AWS) เตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ในไทยมูลค่า 1.9 แสนลบ. เร่งตั้งศูนย์ข้อมูลระดับภูมิภาค
กลยุทธ์การลงทุน
แม้เราเชื่อว่าตลาดกำลังปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่และมีการรับรู้ความเสี่ยงการดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวของหลายประเทศไปในระดับนึงแล้ว แต่มองการปรับขึ้นหรือ Upside ของดัชนียังถูกจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลความเสี่ยงการถดถอยของภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นช่วงสั้นจึงยังต้องระมัดระวังความผันผวนของดัชนี
ล็อคเป้าลงทุน
Weekly Portfolio : ช่วงสั้นมองยังต้องระมัดระวังความผันผวนของดัชนีจากแรงกดดันของความเสี่ยงภายนอก กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy ในหุ้นที่คาดผลประกอบการออกมาดี (Earning Play) และต้านทานความเสี่ยงภายนอกได้ ดังนี้
1) หุ้นธนาคาร ซึ่งคาดกำไร 3Q65 ออกมาเติบโตดี และมีแนวโน้มที่จะได้ประโยชน์มากสุดจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น เลือก BBL KTB KBANK
2) หุ้น non-bank ซึ่งคาดจะพรีวิวโมเมนตัมกำไรยังแข็งแกร่งใน 3Q65 เลือก HMPRO CRC CPF ZEN SNNP AOT
3) หุ้นรอจังหวะซื้อหาก SET หลุด 1550+/- ส่งผลให้ราคาปรับลงแรง (PBV ต่ำกว่า -1SD.) สวนทางพื้นฐานที่ยังมีศักยภาพเติบโตได้ เลือก MTC GPSC BGRIM CBG SCGP
ช่วงสั้นแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือเพิ่มความระมัดระวังการลงทุน สำหรับกลุ่มที่มีปัจจัยลบกดดันผลประกอบการ และ/หรือ ราคาหุ้น ดังนี้
1) หุ้นโรงกลั่น หลังคาดงบ 3Q65 อาจได้รับผลกระทบค่าการกลั่นลดลง และขาดทุนสต็อก โดยเฉพาะ บจ. ที่ไม่ได้ทำ Hedging
2) หุ้นเดินเรือซึ่งคาดได้รับผลกระทบจากอุปทานเรือใหม่ที่เข้ามาและอุปสงค์การขนส่งสินค้าเริ่มชะลอตัวลง
Daily focus
BBL จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น อีกทั้ง 3Q65 คาดกำไรจะเติบโต 18%YoY และเป็นธนาคารที่รายงานกำไรสุทธิเติบโต 17%QoQ สูงที่สุดในกลุ่ม แรงหนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลงและการขยายตัวของ NIM จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งยังมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ
CRC คาด SSS ของ CRC ใน 3Q65 จะเติบโต YoY ดีที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ (+50% YoY) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานต่ำในปีก่อน ยอดขายปลีก รายได้จากการเช่า มาร์จิ้นที่ฟื้นตัวและการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขาย คาดเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ 3Q65 ฟื้นตัว YoY ให้กลับเป็นมีกำไร
ข่าวเด่น