
สสปท.เดินหน้านโยบายพัฒนาศักยภาพแรงงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน ครอบคลุมทั้งแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ และแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยมุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และความตระหนักด้านความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพแรงงานไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเสริมความเข้มแข็งให้ระบบแรงงานของประเทศอย่างยั่งยืน
?ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) เปิดเผยถึงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในการพัฒนาศักยภาพแรงงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน ทั้งแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ และแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย ว่า “แรงงานคือฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ การดูแลให้แรงงานทำงานอย่างปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีศักดิ์ศรี เป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง”
“สสปท. ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมแรงงานตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงการทำงานให้เป็น แต่ต้องทำงานอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิ หน้าที่ และสามารถป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในบริบทการทำงานระหว่างประเทศ” ดร.นันทชัย กล่าว
ด้วยนโยบายดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา สสปท.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ นายชินวัฒน์ ใจกุศลสูงยิ่ง นายกสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างกลไกความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยก่อนเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงาน
นอกจากนี้ ดร.นันทชัย ยังกล่าวถึงการดูแลแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยว่า สสปท. ให้ความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาศักยภาพแรงงานไทย โดยมุ่งส่งเสริมให้แรงงานทุกกลุ่มเข้าถึงความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานสากล และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ
“แรงงานข้ามชาติเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่การผลิตของประเทศ การดูแลให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบด้านมนุษยธรรมเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศโดยรวม” ดร.นันทชัย กล่าว
ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2568 สสปท. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัยในกลุ่มแรงงานพื้นที่ต้นแบบจังหวัดสมุทรสาคร โดยจัดอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่แรงงานข้ามชาติจากสถานประกอบการในพื้นที่จำนวน 36 แห่ง มีแรงงานข้ามชาติผ่านการอบรมรวมทั้งสิ้น 4,455 คน ซึ่งบทเรียนจากการดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบดังกล่าว จะถูกนำไปขยายผลสู่พื้นที่อุตสาหกรรมอื่นทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบการดูแลแรงงานที่ครอบคลุมและยั่งยืน
ข่าวเด่น