แบงก์-นอนแบงก์
ธนาคารกรุงเทพ เปิด 5 เมกะเทรนด์ ผ่านเวทีสัมมนาใหญ่ 'AEC Business Forum 2026' ดึง CEO บริษัทชั้นนำ แชร์มุมมองอาเซียนยุคใหม่ พลิกความท้าทาย รู้ทันเกมเศรษฐกิจโลก


ธนาคารกรุงเทพ จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี 'AEC Business Forum 2026' เปิด 5 เมกะเทรนด์ กำหนดอนาคตอาเซียนยุคใหม่ ทั้งความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กระแสการค้าโลก เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร แนะคว้าโอกาสสำคัญผ่านการสร้างความร่วมมือ หนุนภูมิภาคอาเซียนเติบโตสู่ดาวเด่น พร้อมดึงผู้บริหารบริษัทชั้นนำของโลก แชร์มุมมองแนวคิด และกลยุทธ์สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน 

 
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในโอกาสเปิดงานสัมมนา ‘AEC Business Forum 2026’ โดยธนาคารจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ภายใต้ข้อหัว ‘New ASEAN: A Paradigm Shift’ ว่า ในปี 2026 โลกยังมีความเสี่ยง ความผันผวน และความไม่แน่นอน จากปัจจัย 5 ด้าน ซึ่งเป็นพลวัตสำคัญที่เป็นทั้งอุปสรรค โอกาส และตัวกำหนดอนาคตของอาเซียน ได้แก่ 

 
1. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้หลายประเทศต้องมุ่งเน้นการรักษาสมดุลและส่งเสริมความร่วมมือภายในและภายนอกประเทศ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจภูมิภาคให้แข็งแกร่ง   สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ผลักดันการใช้เงินบาทและสกุลเงินท้องถิ่นในการค้าขายระหว่างประเทศแทนสกุลเงินดอลลาร์  พร้อมส่งเสริมความร่วมมือทางการเงิน เชื่อมโยงระบบการลงทุน และการชำระเงินในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงตลาดที่ใหญ่ขึ้นกว่า 660 ล้านคนที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP กว่า 4.25 ล้านล้านดอลลาร์  

2. การเปลี่ยนแปลงของกระแสการค้าโลก อาเซียนกำลังกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในระบบการค้าโลกแบบหลายขั้ว ด้วยตลาดขนาดใหญ่และขนาดเศรษฐกิจที่คาดการณ์ว่าจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกภายในปี 2030  กำลังแรงงานมหาศาล  และทำเลที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างโดดเด่น ทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI (Foreign Direct Investment) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 5% เมื่อ 10 ปีก่อน เป็น 20% ในปี 2024 โดยพุ่งเป้าไปที่ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์และฟิลิปปินส์  โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และไบโอเทคโนโลยี เป็นต้น

3.การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี อาเซียนกำลังยกระดับสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ด้วยแรงหนุนจากประชากรยุคดิจิทัล การลงทุนใหม่หลั่งไหลเข้าสู่สาขาต่าง ๆ เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ดาต้าเซ็นเตอร์ และการผลิตขั้นสูง ซึ่งช่วยเร่งการเติบโตในหลายภาคส่วน  โดยสิงคโปร์ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลาง AI ระดับโลก ซึ่งปัจจุบันมีสตาร์ทอัพด้าน AI มากกว่า 1,000 ราย เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เช่น OpenAI Google และ NVIDIA  ในขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคต่างเดินหน้ากลยุทธ์ด้าน AI ของตนเอง  อย่างไรก็ตาม SME ซึ่งเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศต้องเผชิญแรงกดดันจากการที่ตลาดและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้สามารถปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลได้  

4. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่นำไปสู่กฎระเบียบและมาตรฐานสากลใหม่ ๆ เช่น CBAM และ EUDR ของสหภาพยุโรป ส่งผลให้รูปแบบการค้าเปลี่ยนสู่ห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำ  ดังนั้น ทุกธุรกิจต้องปรับตัว และวางแผนระยะยาวเพื่อรับมือและเปลี่ยนผ่านธุรกิจที่มุ่งสู่ Net Zero   ซึ่งความร่วมมือสู่การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังเป็นโอกาสให้อาเซียนกลายเป็นผู้นำโลกด้านการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 

5. การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร สิงคโปร์และไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว เกิดการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร ทำให้ภูมิภาคต้องดึงดูดคนรุ่นใหม่กลับสู่ภาคเกษตร และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาบทบาทของอาเซียนในฐานะผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก

“อาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ การค้า เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป แต่ทุกปัจจัยล้วนเป็นโอกาสให้ภูมิภาคอาเซียนได้ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน  หากประเทศสมาชิกเร่งเสริมความร่วมมือ ใช้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ และลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว ดิจิทัล และทักษะแรงงาน อาเซียนจะสามารถก้าวขึ้นเป็นภูมิภาคที่น่าลงทุนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้  ดังนั้น ความร่วมมือคือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตของภูมิภาค  โดยธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ‘สถาบันการเงินชั้นนำของภูมิภาค’ พร้อมให้การสนับสนุนลูกค้าด้วยเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุม 9 จาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้สามารถคว้าโอกาสใหม่ ๆ และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”  นายชาติศิริ กล่าว

 
ในงานสัมมนายังได้รับเกียรติจาก นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “The New ASEAN Economy: Future-Focused Thailand, Opportunities in Emerging Industries” พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทชั้นนำ ได้แก่ นางสมฤดี ชัยมงคล Senior Executive Committee and Former CEO บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)  นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตลาดเกิดใหม่ ระดับภูมิภาคเอเชีย กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด นายเย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) นายเท็ดดี้ นูรียันโต อูโตโม President Director, PT Merdeka Battery Materials Tbk ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ASEAN’s Next Wave: New Sector Opportunities to Capture Global FDI” 

สำหรับวงเสวนาหัวข้อ “Navigating Trade Fragmentation in a Geopolitical Era” ได้รับเกียรติจาก นายวสิษฐ  แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) นายอบิจิต ดัตต้า Former Managing Director & Head of International Business, SCG international Corporation and Advisor, SCG Distribution & Retail and Director SAMEA, SCG International ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)   ในขณะที่วงเสวนาหัวข้อ “Strategies for Success in the Age of Tech Fragmentation” ก็ได้รับเกียรติจาก นายดิเพน เมตะ Managing Director, Asia Financial Services, Microsoft ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด  ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุย เปิดมุมมองพร้อมแชร์ประสบการณ์และกลยุทธ์ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ม.ค. 2569 เวลา : 13:56:23
14-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 14, 2026, 11:56 pm