
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 2,094 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 16-26 ธันวาคม 2568 ตัวชี้วัด 20 ประเด็นบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อครูไทยทั้งในด้านส่วนตัว การพัฒนาตนเอง และการพัฒนาวิชาชีพในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 สรุปเรียงลำดับจากความเชื่อมั่นสูงสุดไปถึงต่ำสุด ได้ดังนี้
สรุปผลการสำรวจ : ดัชนีครูไทย ปี 2568
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้จัดทำดัชนี “ความเชื่อมั่นครูไทย” เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้เป็นปีที่ 21 สำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 2,094 คน ระหว่างวันที่ 16-26 ธันวาคม 2568 พบว่า ประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่น “ดัชนีครูไทย” ปี 2568 เต็ม 10 ได้ 8.00 คะแนน (เพิ่มขึ้นจากปี 67 ได้ 7.94 คะแนน) โดยตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ บุคลิกภาพดี แต่งกายเหมาะสมกับอาชีพ เฉลี่ย 8.27 คะแนน รองลงมาคือ มนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับผู้อื่นได้ เฉลี่ย 8.24 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ ประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่เป็นหนี้เป็นสิน เฉลี่ย 7.44 คะแนน (ได้คะแนนต่ำสุด 6 ปีติดต่อกัน) จุดเด่นของครูไทยในปี 2568 คือ ใช้เทคโนโลยีในการสอน /การใช้ AI ร้อยละ 56.30 จุดด้อยของครูไทย คือ ภาระงานมาก ไม่มีเวลา ร้อยละ 49.28 ทั้งนี้ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา สิ่งที่อยากบอกครูไทย คือ ยึดมั่นในวิชาชีพครู เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กนักเรียน ร้อยละ 47.12
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจ “ดัชนีครูไทย” ปี 2568 สะท้อนว่าประชาชนยังมีความเชื่อมั่นต่อครูไทยและดีขึ้นจากปีก่อน โดยครูไทยได้รับการยอมรับในด้านจิตวิญญาณความเป็นครู มนุษยสัมพันธ์ การปรับตัว และการใช้เทคโนโลยีและ AI อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนเรื่องภาระงาน งบประมาณ และปัญหาหนี้สิน ชี้ให้เห็นว่าข้อจำกัดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวครูเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับการเมืองและนโยบายการศึกษา หากมีนโยบายที่ดี ต่อเนื่อง และตอบโจทย์การทำงานจริง ครูจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในระยะยาวคะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนน ปี 2566 จะเห็นได้ว่านแปล
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีณัฐ สกุลหอม คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีครูไทย ปี 2568 สะท้อนภาพรวมความเชื่อมั่นของสังคมต่อวิชาชีพครูในทิศทางที่เป็นบวก โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 8.00 แสดงให้เห็นว่าครูไทยยังคงได้รับการยอมรับในด้านบุคลิกภาพ มนุษยสัมพันธ์ และความเป็นแบบอย่างที่เหมาะสม นอกจากนี้ ครูไทยมีจุดเด่นด้านการใช้เทคโนโลยีและ AI ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของครูไทยในการปรับตัวเข้าสู่บริบทการศึกษาในศตวรรษที่ 21 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาประเด็นเชิงโครงสร้างยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ โดยเฉพาะภาระงาน ที่มากเกินไป การขาดแคลนงบประมาณสนับสนุน และปัญหาหนี้สิน ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสมรรถนะการทำงานของครูในระยะยาว บ่งชี้ถึงความจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการเชิงนโยบาย ทั้งการลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน การจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาวิชาชีพอย่างเป็นระบบ และการส่งเสริมสวัสดิการรวมถึงการพัฒนาทักษะชีวิตทางการเงินของครู ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางวิชาชีพและยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีณัฐ สกุลหอม คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ข่าวเด่น