
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี คาดว่า ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 31.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีแนวโน้มผันผวนในกรอบระหว่าง 31.00-31.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดช่วงการซื้อขาย
สำหรับปัจจัยที่ตลาดติดตามได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Jobless Claims) และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ปรับตัวออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้แรงคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นปีอ่อนลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือนธันวาคมชะลอตัวมากกว่าคาดการณ์ สะท้อนผลกระทบด้านภาษีที่มีน้อยกว่าที่ประเมินไว้ในเบื้องต้น
ในประเด็นการค้า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10 % ต่อสินค้าทุกประเภทจาก 8 ประเทศในยุโรป เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อตอบโต้กรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับกรีนแลนด์ พร้อมทั้งระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะปรับเพิ่มอัตราภาษีเป็น 25 % ในวันที่ 1 มิถุนายน หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการซื้อขายกรีนแลนด์ได้ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการประกาศเก็บภาษี 25 % ต่อประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่านเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนทางอาญาต่อนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในประเด็นความโปร่งใสของงบประมาณการปรับปรุงอาคารสำนักงาน โดยนายพาวเวลล์ชี้แจงว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะเข้ามาแทรกแซงและมีอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
ข่าวเด่น