การตลาด
'เอกา โกลบอล' ดันไทยผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารอาเซียน รับมือความผันผวนเศรษฐกิจปี 69 รุมเร้า ชี้อินเดียยังเป็นโอกาสของตลาดใหม่ที่เติบโตแรงกว่า 16%


"เอกา โกลบอล" ประกาศยุทธศาสตร์รับมือความผันผวนเศรษฐกิจปี 69 เผยประเทศไทยยังเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารอาเซียนได้ เตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตและจัดตั้งศูนย์ R&D ในประเทศไทย มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดไทยและอินเดียที่คาดการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด

 
นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) แบรนด์คนไทยเบอร์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานในปี 2569 จะได้รับแรงขับจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปปัจจัยด้านการใส่ใจสุขภาพ การเติบโตของช่องทางออนไลน์ นวัตกรรมสินค้าและการผลิต แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้า และการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยภายนอกมที่คาดไม่ถึง เช่น ภัยพิบัติ ที่มาในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกมุ่งไปที่ความยั่งยืนควบคู่กับประสิทธิภาพการถนอมอาหาร โดยเฉพาะในตลาดอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม (Pet-Food) ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค เอกา โกลบอล จึงวางแผนลงทุนเพิ่ม 100 ล้านบาท เพื่อขยายฐานการผลิตในไทยและจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) รวมถึง Technical Center เพื่อสร้างโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

 
หากอ้างอิงรายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมโลกและสถิติจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจชั้นนำ ในปี 2569 จะเห็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจนของตลาดอาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ในทุกภูมิภาค โดยตลาดอาหารพร้อมทานทั่วโลก คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 4.22 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดในประเทศไทย มีแนวโน้มโตต่อเนื่องที่ 6 – 7% ต่อปี นอกจากนี้ ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมทั่วโลกยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 8.5% โดยเฉพาะประเทศไทยที่เซกเมนต์อาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตแรงถึง 17% จากเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนสมาชิกในครอบครัว

 
สำหรับการขยายตลาดในต่างประเทศ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากับตลาดอินเดียและภูมิภาคใกล้เคียง เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งในปี 2569 โดยคาดว่าตลาดอาหารพร้อมทานในอินเดียจะเติบโตถึง 16.4% ซึ่งโรงงานของเอกา โกลบอล ในเมืองปูเน่ จะเป็นกำลังสำคัญในการรองรับดีมานด์มหาศาลนี้ ด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาความสดใหม่ แม้ในสภาพอากาศร้อนจัด โดยไม่ต้องพึ่งพาการแช่เย็น และคุณค่าทางอาหารได้นานถึง 2 ปี

 
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า โรดแมปปีนี้ เอกา โกลบอล จะเดินหน้าด้วยกลยุทธ์หลักขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ ยกระดับนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อสอดรับกับมาตรการทางการค้าโลกและนโยบายเศรษฐกิจ BCG ของไทย โดยจะเร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมให้เข้มข้นยิ่งขึ้นจากเดิมที่บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร ‘เอกา โกลบอล’ สามารถรีไซเคิลได้ 100% และมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ “กรีนโปรดักส์” ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ Bioplastic (PLA), บรรจุภัณฑ์ Biodegradable ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งหมด และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) หรือ เรซิน รีไซเคิล เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับแบรนด์อันดับ 1 ของตลาดบรรจุภัณ์ช่วยยืดอายุอาหารสูงสุด 2 ปี (Longevity Packaging) โดยชูจุดแข็งบรรจุภัณฑ์พลาสติกคงรูปหลายชั้น (Multi-layer) ป้องกันอากาศและรักษาคุณภาพอาหารได้นาน ตอบโจทย์การลดขยะอาหาร (Food Waste) ทั่วโลก พร้อมกับเดินหน้ารุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ให้พรีเมียมและใช้งานสะดวก (User-friendly) รองรับเทรนด์เจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสารอาหารและความสดใหม่อย่างต่อเนื่อง

 
“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่านวัตกรรม Longevity Packaging จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายการลดขยะอาหารลง 50% ภายในปี 2030 ตามเป้าหมายของสหประชาชาติ (SDGs) และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดไปแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน” นายชัยวัฒน์ กล่าวสรุป

บันทึกโดย : วันที่ : 21 ม.ค. 2569 เวลา : 20:15:34
21-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 21, 2026, 10:05 pm