มูลค่าส่งออกสินค้าเดือน ธ.ค. 2025 อยู่ที่ 28,835 ล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัวสูง 16.8%YOY จาก 7.1%YOY ในเดือนก่อน และสูงกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน 10.5% และค่ากลาง Reuters Poll 8.7%) ตัวเลขปรับฤดูกาลกลับมาขยายตัวถึง 6.9%MOM_SA หลังจากหดตัวสองเดือนติดกัน
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และส่งออกไปสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยหนุนหลักต่อเนื่อง ขณะที่ทองคำพลิกกลับมาขยายตัวสูงอีกครั้ง
1) การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ยังขยายตัวสูง 54.3%YOY ในเดือน ธ.ค. 2025 แม้หลายสินค้าโดนกำแพงภาษีสูงขึ้นแล้ว ส่งออกไปสหรัฐฯ ส่งท้ายปี 2025 เร่งตัวต่อเนื่องเทียบเดือน พ.ย. (37.9%YOY) หากไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (ยังได้รับการยกเว้นกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ) ส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวได้สูง 21.7% เช่นเดียวกัน สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ที่มีสูง
แม้เผชิญกำแพงภาษี สินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ 13 จาก 15 รายการขยายตัวดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัวสูง 123%, 117.3%, 86.6%, 48.4% และ 46.5% ตามลำดับ การส่งออกไปสหรัฐฯ มีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 10.2% มากกว่าครึ่งของการเติบโตของส่งออกรวม 16.8%
2) การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงต่อเนื่อง จากการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ วัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center
ที่ขยายตัวทั่วโลก โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวสูงต่อเนื่อง 52.8% เร่งขึ้นจาก 46.2% และ 38.8% ในเดือน พ.ย. และ ต.ค. และขยายตัวต่อเนื่องนาน 21 เดือนแล้ว หากพิจารณารายตลาด พบว่า 13 ใน Top-15 ของตลาดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยขยายตัว โดย 10 จาก 15 ตลาดขยายตัวสูงกว่า 15% โดยเฉพาะสหรัฐฯ, เม็กซิโก และอินเดียที่ขยายตัวสูง 114.2%, 122.8% และ 152.6% ตามลำดับ การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 10.1% มากกว่าครึ่งของการเติบโตการส่งออกรวม 16.8%
3) ทองคำกลับมาเป็นสินค้าส่งออกหลักอีกครั้ง การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปขยายตัวสูง 163.6% จากที่
หดตัวต่อเนื่อง -53.3% และ -76.9% ในเดือน พ.ย. และ ต.ค. ตามลำดับ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นในเดือน ธ.ค. การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปมีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 2.7% ของการเติบโตการส่งออกรวม 16.8%
นำเข้าเร่งตัวสูงต่อเนื่อง ไทยขาดดุลการค้า 3 เดือนติดต่อกัน
มูลค่านำเข้าสินค้าเดือน ธ.ค. 2025 อยู่ที่ 29,280.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูง 18.8% เทียบ 17.6% และ 16.3% ในเดือน พ.ย. และ ต.ค. ตามลำดับ สูงกว่าที่ประมาณการไว้ (SCB EIC ประเมิน 12% และค่ากลาง Reuters Poll 15.8%) ภาพรวมมูลค่านำเข้าทั้งปี 2025 ขยายตัวสูง 12.9% เท่ากับมูลค่าส่งออกทั้งปี ในเดือนนี้การนำเข้ายานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง, สินค้าทุน และสินค้าอุปโภคบริโภคเร่งตัวสูง 39.3%, 31.7% และ 27.2% ตามลำดับ ขณะที่การนำเข้าสินค้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (รวมทองคำ) และอาวุธยุทธปัจจัย และสินค้าอื่น ๆ แม้แผ่วลงบ้าง แต่ยังขยายตัวสูงสองหลัก 19.9% และ 10.2% ตามลำดับ ทั้งนี้การนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นหมวดเดียวที่หดตัวสูง -17.1% ใกล้เคียงเดือนก่อนที่ -16.7% ซึ่งหดตัว 4 เดือนต่อเนื่อง (รูปที่ 3)
• การนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปส่วนมากเกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ และวงจรพิมพ์ขยายตัวสูง 56.3% 86.3% และ 89.3% ตามลำดับ (32.7% ของมูลค่านำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปในเดือนนี้) ขณะที่นำเข้าสินค้าทุน ส่วนมากเป็นเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบขยายตัวสูง 60.6% และ 22.8% ตามลำดับ (61% ของมูลค่านำเข้าสินค้าทุนในเดือนนี้) ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากจีนในสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปมีสัดส่วนสูง 48.8% และ 28.7% ของมูลค่านำเข้าในแต่ละหมวดในเดือนนี้ ตามลำดับ
• การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัวสูงใน 14 จาก 15 รายการหลัก โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด และเครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้าน ขยายตัว 52.3%, 33.6% และ 21.8% ตามลำดับ (38.1% ของมูลค่านำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในเดือนนี้) โดยพบว่าสัดส่วนกว่าครึ่ง (54%) นำเข้าจากจีน
ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) เดือน ธ.ค. 2025 ขาดดุล -352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลน้อยลงเทียบกับเดือนก่อน -2,726.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขาดดุลออกมาใกล้เคียง SCB EIC คาดไว้ที่ -200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่ากลาง Reuters Poll คาดการณ์ไทยขาดดุลการค้าสูง -1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ทั้งปี 2025 มูลค่าส่งออกไทยขยายตัวสูงถึง 12.9% แม้เผชิญความท้าทายจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ แต่มูลค่านำเข้าขยายตัวสูงมากเช่นกัน 12.9% สะท้อนมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกต่อเศรษฐกิจไทยอาจจำกัด
ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยทั้งปี 2025 อยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.9% สูงสุดในรอบ 4 ปี เติบโตสูงกว่ามูลค่าส่งออกปี 2024 ที่ขยายตัว 5.4% (ตัวเลขระบบศุลกากร) มากกว่าสองเท่า และเติบโตสูงกว่าที่ SCB EIC และกระทรวงพาณิชย์คาดไว้ที่ 10.7% และช่วง 10.7% - 11.4% ตามลำดับ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก (รูปที่ 4)
1. สหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากรตอบโต้จริงรุนแรงน้อยกว่าที่เคยประกาศไว้ครั้งแรกมาก
• สหรัฐฯ ตั้งกำแพงศุลกากรต่ำกว่าที่ประกาศไว้ในวัน Liberation Day (2 เม.ย.) ค่าเฉลี่ยกำแพงภาษีที่สหรัฐฯ เก็บเพิ่มจากทั่วโลก (Weighted average) ลดลงจาก 22.7% ที่ WTO เคยประเมินไว้ในเดือน พ.ค. เหลือ 18.2% ในเดือน พ.ย. (รูปที่ 6 ซ้าย) สำหรับไทย สหรัฐฯ ลดกำแพงภาษีนำเข้าลงมาเกือบครึ่ง 36% เหลือ 19% ใกล้เคียงคู่แข่งในภูมิภาค ส่งผลให้ไทยไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ มากนัก จากที่เคยกังวลว่าไทยอาจถูกตั้งกำแพงภาษีสูงกว่าคู่แข่งในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย และเวียดนาม
• สหรัฐฯ เลื่อนวันบังคับใช้อัตรากำแพงภาษีศุลกากรใหม่จากเดือน เม.ย. เป็น ส.ค. ส่งผลให้ไทยเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ได้ต่อเนื่องอีกหลายเดือน การส่งออกไปสหรัฐฯ ทั้งปีจึงขยายตัวสูงถึง 32% เร่งตัวขึ้นมากจากปี 2024 ที่โต 13.6% (CTG 5.8% ของการเติบโตส่งออกไทยปี 2025 12.9%)
• สหรัฐฯ ยังยกเว้นมาตรการกำแพงภาษีสินค้าส่งออกหลักของไทย ส่วนมากเป็นสินค้าสำคัญต่อสหรัฐฯ และสินค้าที่สหรัฐฯ ผลิตไม่ได้/ผลิตได้น้อย เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางชนิด หลอดไฟ LED แกรไฟต์ ส่วนประกอบยาบางชนิด และสินค้าเกษตรบางชนิด ส่งผลให้หลายประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปสหรัฐฯ สูง เช่น ไทย ไต้หวัน และเวียดนาม ยังขยายตัวได้ดี (ไทยส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐฯ ขยายตัว 52.5% ในปี 2025 และ CTG กว่า 20% ของการเติบโตส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ทั้งปี 2025 ที่ 32%)
2. วัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย (สัดส่วน 21.5% ของมูลค่าส่งออกไทยทั้งหมดในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 17.6% ในปี 2024) ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่ม Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปสหรัฐฯ เนื่องจากบางสินค้ายังคงไม่ถูกตั้งกำแพงภาษีเพิ่ม ส่งผลให้มูลค่าส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยขยายตัวสูงกว่า 38.3% ในปี 2025 (CTG คิดเป็น 6.7% ของการเติบโตของส่งออกรวม 12.9%)
3. ส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปขยายตัวสูงกว่า 48.5% แรงหนุนจากราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นมากตามความต้องการทองคำในตลาดโลกเพื่อรองรับความเสี่ยงโลกที่สูงขึ้น (CTG การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปคิดเป็น 1.4% ของการเติบโตส่งออกไทยรวม 12.9% หากรวมกับปัจจัยส่งออกทองพิเศษไปอินเดียในช่วง Q1/2025 การส่งออกทองคำของไทยปีนี้คิดเป็น CTG 2.2% ของการเติบโตส่งออกไทยรวม 12.9%)
4. ความตึงเครียดจีน-สหรัฐฯ ผ่อนคลายลงมาก โดยสหรัฐฯ ลดกำแพงภาษีนำเข้าจีนเหลือเพียง 20% จากที่เคยสูงกว่า 100% ในช่วงต้นปี 2025 ส่งผลให้มุมมองเศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลกเปลี่ยนไป (เช่น WTO ณ เดือน เม.ย. เคยประเมินว่าปริมาณการค้าโลกในปี 2025 จะหดตัว -0.2% ปรับมุมมอง ณ เดือน ต.ค. ขยายตัวได้ 2.4%) ส่งผลให้การส่งออกไทยไปตลาดนอกสหรัฐฯ ขยายตัวได้ดี เช่น จีน สหภาพยุโรป และอาเซียน-5 ที่ขยายตัวสูง 12.6% 8.5% และ 6.9% ตามลำดับ
แม้มูลค่าส่งออกไทยในปี 2025 จะขยายตัวสูง แต่มูลค่านำเข้าทั้งปีขยายตัวเร่งขึ้นมากเช่นกัน มูลค่านำเข้ารวม 344,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.9% สูงสุดในรอบ 4 ปีเช่นเดียวกับส่งออก โดยสินค้านำเข้าหลักเป็นหมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปและสินค้าทุนที่ขยายตัวสูงกว่า 17.9% และ 20.3% ตามลำดับ (CTG รวมกัน 12.5% ของการเติบโตการนำเข้าทั้งหมดในปี 2025 ที่ 12.9%) (รูปที่ 5)
• สินค้าหมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (CTG = 7.2%) มาจากทองคำและอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องกับมูลค่าส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และทองคำของไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่เนื่องจากไทยมีข้อจำกัดในการผลิตสินค้าต้นน้ำและกลางน้ำของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า (ขยายตัวกว่า 41.3%) จากผู้ผลิตรายใหญ่ โดยเฉพาะจีนและไต้หวัน เพื่อรองรับความต้องการผลิตเพื่อส่งออกที่เพิ่มขึ้น สำหรับการนำเข้าทองคำขยายตัวสูงกว่า 36% ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเพื่อชดเชยการส่งออก และอาจมีความต้องการสะสมทองคำเพิ่มขึ้นในประเทศ
• สินค้าทุน (CTG : 5.3%) ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวกว่า 47.1%, 16.2% และ 4.1% ตามลำดับ สอดคล้องกับข้อมูลการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ Data center ที่ขยายตัวต่อเนื่องในไทย เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้การนำเข้าสินค้าทุนกลุ่มนี้ขยายตัวสูงเป็นพิเศษในปี 2025
• ไทยนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จากจีนและไต้หวัน โดยมูลค่านำเข้าจากจีนและไต้หวันขยายตัวสูง 33.5% และ 23.5% ในปี 2025 ตามลำดับ CTG คิดเป็น 10.4% (จีน 8.8% ไต้หวัน 1.6%) ของการเติบโตของมูลค่านำเข้าไทยปี 2025 ที่ 12.9% โดยเฉพาะจีน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากกำลังการผลิตส่วนเกินหลังถูกกีดกันการค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศจีนยังไม่ดีนัก จึงเน้นส่งออกไปยังตลาดอื่นนอกสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมไทย (MPI : Manufacturing Production Index) ตามรูปที่ 6 ขวา ไม่ได้ขยายตัวดีสอดคล้องกับแนวโน้มการส่งออก จึงอาจสะท้อนว่าการส่งออกไทยปี 2025 สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยค่อนข้างจำกัด ทั้งนี้ดุลการค้าไทย (ระบบศุลกากร) ปี 2025 ขาดดุลสูง -5,307.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับว่าสูงสุดในรอบ 3 ปี
มุมมองส่งออกไทยปี 2026 (ณ ธ.ค. 2025) จะชะลอตัวลงมากเหลือ -1.5% ตามทิศทางการค้าโลกและปัจจัยฐานสูง อย่างไรก็ดี ยังมี Upside จากหลายปัจจัย
SCB EIC ประเมินการส่งออกไทยในปี 2026 จะแผ่วลง เศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลกในปี 2026 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์จะเริ่มส่งผลชัดเจนและเต็มรูปแบบมากขึ้น ปัจจัยหนุนพิเศษบางประการในปี 2025 ที่จะหมดไป เช่น การเร่งผลิตและส่งออกก่อนได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า (Front-loading) ปัจจัยส่งออกทองคำพิเศษไปอินเดีย ค่าเงินบาทที่แข็งค่าจนอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย รวมถึงปัจจัยฐานที่สูงจากการขยายตัว 12.9% ในปี 2025 อย่างไรก็ดี มุมมองต่อการค้าโลก กระแสการลงทุนดิจิทัล และความต้องการทองคำปรับดีขึ้น แม้จะยังมีทิศทางชะลอตัว ส่งผลให้มุมมองการส่งออกของไทยปีนี้ -1.5% ที่เคยประเมินไว้ในช่วงเดือน ธ.ค. 2025 ยังมี Upside หลายปัจจัย
1. ปริมาณการค้าโลกในปี 2026 องค์กรระหว่างประเทศ (ณ ม.ค. 2026) เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ปริมาณการค้าโลกขยายตัว 2.6% ในปีนี้ แม้จะเติบโตต่ำจาก 4.1% ในปี 2025 แต่นับว่าสูงกว่าประมาณการเดิมในเดือน ต.ค. 2025 ที่ 2.3%
2. กระแสการลงทุนด้านดิจิทัล โดยเฉพาะ AI ยังคงมีแนวโน้มร้อนแรงในปี 2026 แม้จะชะลอตัวจากปี 2025 บ้าง ส่งผลให้ยังมีความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่สูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรรวม
โดยข้อมูลเร็วการส่งออก 20 วันแรกในเดือน ม.ค. 2026 ขยายตัว 14.9% โดยการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารไร้สายขยายตัว 70.2% และ 48% ตามลำดับ
3. ความต้องการสะสมทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยยังมีอยู่สูง ตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นมาก
ในยุคทรัมป์ 2.0 นอกจากนี้ สภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่าธนาคารกลางยังคงสถานะผู้ซื้อทองคำสุทธิเพื่อสะสมเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ทั้งนี้หลายสำนักวิจัยด้านการลงทุนหลักของโลกประเมินว่าราคาทองคำในปีนี้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลในอดีตสะท้อนว่าการส่งออกทองคำของไทยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาทองคำโลก
SCB EIC อยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการส่งออกไทย และจะเผยแพร่ประมาณการใหม่ในเดือน ก.พ. สำหรับมุมมองกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์มูลค่าส่งออกไทยปีนี้จะเติบโตในช่วง -3.1% ถึง +1.1%
รูปที่ 1 : มูลค่าการส่งออกไทย รายสินค้าและรายตลาดสำคัญ
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
รูปที่ 2 : คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ทองคำฯ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ และรถพิกอัปหนุนส่งออกเดือน ธ.ค. 2025 ขณะที่ส่งออกข้าวหดตัวต่อเนื่อง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
รูปที่ 3 : มูลค่าการนำเข้าสินค้าไทย รายสินค้าและรายตลาดสำคัญ
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
รูปที่ 4 : ในปี 2025 อิเล็กทรอนิกส์ ทองคำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสินค้าส่งออกหลัก ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ มีสัดส่วนเกือบครึ่งของอัตราการเติบโตการส่งออกไทยทั้งปี
หมายเหตุ : สินค้าอุตฯ อื่น ๆ คือสินค้าอุตสาหกรรมหักสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทองคำ+ทองคำพิเศษ
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
รูปที่ 5 : สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปและสินค้าทุนเป็นสินค้านำเข้าหลักในปี 2025 ส่วนมากนำเข้าจากจีนและไต้หวัน
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
รูปที่ 6 : อัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เฉลี่ยลดลงจากช่วงต้นปี 2025 ส่งผลให้การค้าโลกและไทยเติบโตดีกว่าคาด แต่ภาคการผลิตไทยอาจได้มูลค่าเพิ่มจำกัดจากการส่งออกที่เร่งสูง
ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์, Office of Industrial Economics และ World Trade Organization (WTO)
บทวิเคราะห์โดย... https://www.scbeic.com/th/detail/product/trade-230126
ผู้เขียนบทวิเคราะห์
ภาวัต แสวงสัตย์ (pawat.sawaengsat@scb.co.th) นักเศรษฐศาสตร์
วิชาญ กุลาตี (vishal.gulati@scb.co.th) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
MACROECONOMICS RESEARCH
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)
ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค
ดร.ปุณยวัจน์ ศรีสิงห์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
นนท์ พฤกษ์ศิริ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
วิชาญ กุลาตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
กุศลิน จารุชาต นักเศรษฐศาสตร์
ณฐพงศ์ ตันติจิรานนท์ นักเศรษฐศาสตร์
ภัคพล ตันติวิชช์ นักเศรษฐศาสตร์
ภาวัต แสวงสัตย์ นักเศรษฐศาสตร์
ข่าวเด่น