
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. วันนี้ (10 มี.ค.69) รับทราบข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อวิกฤตพลังงานในประเทศไทย
จึงให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เริ่มดำเนินมาตรการเวิร์กฟอร์มโฮมทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน และงดการเดินทางไปศึกษาดูงานและอบรมในต่างประเทศ โดยให้ใช้วิธีดูงานในประเทศแทน
ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยมุ่งเน้นไปที่การประหยัดพลังงานและการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ ดังนี้
1. มาตรการ Work from Home และงานบริการให้หน่วยงานราชการทุกแห่งเริ่มปฏิบัติงานนอกสถานที่พัก (Work from Home) เต็มรูปแบบทันที จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ข้อยกเว้น: สำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจในการบริการประชาชนโดยตรง ให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการรับบริการของภาคประชาชน
2. มาตรการประหยัดพลังงานในที่ทำงาน
รณรงค์ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ "ถอดสูท" ในการเข้าประชุมหรือปฏิบัติงาน ซึ่งเริ่มมีการปฏิบัติแล้วในการประชุมครม.ในวันนี้
กำหนดให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในหน่วยงานไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้าในภาพรวม
3. การเดินทางไปต่างประเทศ
สั่งระงับการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับในขณะนี้
ข้อยกเว้น: หากเป็นภารกิจการประชุมที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง สามารถเดินทางได้ตามความเหมาะสม โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ด้าน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงการปรับตัวของภาคการศึกษาว่า การสั่ง Work from Home ในส่วนของมหาวิทยาลัยนั้น คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดเปิดภาคเรียน ทางกระทรวงจะมีการประเมินสถานการณ์และมาตรการรองรับอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
ข่าวเด่น