"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "คนไทยกับมาตรการพลังงาน" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,347 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนมีความกังวลต่อข่าวการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานในระดับใด
อันดับ 1 กังวลมาก 45.88%
อันดับ 2 ค่อนข้างกังวล 44.10%
อันดับ 3 ไม่ค่อยกังวล 9.13%
อันดับ 4 ไม่กังวล 0.89%
2. เพื่อรับมือกับมาตรการพลังงาน ประชาชนจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไรบ้าง
อันดับ 1 ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น 69.93%
อันดับ 2 วางแผนเส้นทาง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถส่วนตัว 64.59%
อันดับ 3 ติดตามข้อมูลข่าวสาร แนวทางปฏิบัติจากภาครัฐ 58.35%
อันดับ 4 ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ / ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม 53.01%
อันดับ 5 ทำงานแบบ Work from Home เพื่อลดการเดินทาง 35.63%
3. หากราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงจนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ ประชาชนมีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับใช้จ่ายได้นานเพียงใด
อันดับ 1 1 - 3 เดือน 30.51%
อันดับ 2 ไม่ถึง 1 เดือน 26.50%
อันดับ 3 ไม่มีเงินสำรองเลย 16.70%
อันดับ 4 3 - 6 เดือน 13.36%
อันดับ 5 มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป 12.93%
4. ประชาชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือหรือออกมาตรการใดเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน
อันดับ 1 ตรึงราคาน้ำมัน/ก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด 71.05%
อันดับ 2 เข้มงวดการกักตุนสินค้าและการขายราคาไม่เป็นธรรม 59.69%
อันดับ 3 เพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศเพื่อรองรับวิกฤต 51.22%
อันดับ 4 เร่งจัดหาแหล่งนำเข้าพลังงานใหม่ 48.55%
อันดับ 5 สื่อสารข้อมูลสถานการณ์พลังงานให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใสและทันท่วงที 47.88%
* หมายเหตุ ข้อ 2 และ ข้อ 4 ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
สรุปวิเคราะห์ผลโพล : คนไทยกับมาตรการพลังงาน
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับมาตรการพลังงาน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,347 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 45.88 รู้สึกกังวลมากจากข่าวการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน รองลงมาคือ ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 44.10 โดยเตรียมรับมือด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเฉพาะการปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ร้อยละ 69.93 หากราคาพลังงานสูงจนกระทบต่อค่าครองชีพจะมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 1-3 เดือน ร้อยละ 30.51 ทั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการตรึงราคาน้ำมัน/ก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด ร้อยละ 71.05
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า “พลังงาน” กลายเป็นความกังวลสำคัญ ของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ก็พร้อมปรับพฤติกรรมประหยัดพลังงานแต่ด้วยเงินสำรองยังจำกัด หากราคาพลังงานปรับสูงต่อเนื่องอาจกระทบค่าครองชีพได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องบริหาร ทั้งกลไกราคา การสำรองพลังงาน สื่อสารอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลี รัตนะ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัย สวนดุสิต อธิบายว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จากราคาน้ำมัน-ก๊าซที่จะปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เกิดความกังวลต่อภาวะค่าครองชีพและราคาสินค้าที่จะปรับตัวตามต้นทุนพลังงาน ประชาชนจึงคาดหวังมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลโดยเฉพาะการตรึงราคาพลังงานและก๊าซหุงต้มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่จากผลโพลยังพบว่าสิ่งที่น่ากังวล คือ ความเปราะบางทางการเงินของประชาชน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับใช้จ่ายเพียง 1-3 เดือน หรือบางส่วนไม่มีเงินสำรองเลย โจทย์ของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงแค่การควบคุมราคาพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตหลัก แต่ต้องป้องกันการปรับราคาของสินค้าและบริการเพื่อช่วยประคองกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกัน ก็ต้องตระหนักถึงภาระทางการคลังและหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกใช้มาตรการตรึงราคา และต้องสื่อสารอย่างโปร่งใสเพื่อให้ประชาชนรับทราบก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลี รัตนะ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ข่าวเด่น