เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งตัว สงครามยังต้องติดตาม"


คาด SET แกว่ง sideways สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg ของอิหร่าน แต่ไม่กระทบโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน อีกทั้งคาดหวังเตรียมจัดตั้งกลุ่มพหุภาคีเพื่อคุ้มกันเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ น่าจะช่วยคลายกังวลอุปทานน้ำมันได้บ้าง ประเด็นติดตามสัปดาห์นี้ ใน ปท. การโหวตเลือกนายกฯ ส่วน ตปท. การประชุมธนาคารกลางสำคัญหลายแห่ง ทางเทคนิคดัชนีแกว่งผันผวนในกรอบ แนวต้าน 1430 แต่หากยังไม่ผ่านมีแนวโน้มพักตัวแนวรับ 1395/1385

ประเด็นสำคัญ

• สงครามในตะวันออกกลางดำเนินเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ในช่วงสุดสัปดาห์ สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg ของอิหร่าน แต่ไม่กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และ ปธน. ทรัมป์ ได้เรียกร้องชาติพันธมิตรให้ส่งกองเรือรบสู่ช่องแคบฮอร์มุซเพื่อช่วยคุ้มกันเส้นทางเดินเรือ ส่งผลให้ราคา Brent ช่วงสุดสัปดาห์พุ่งสู่ระดับ US$101/bbl
 
• รมว. คลังแถลงภายหลังการประชุม ศบก. ว่าสามารถบริหารจัดการน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการได้ราว 96 วัน แบ่งเป็นสต็อกในประเทศ 39 วัน, อยู่ระหว่างขนส่ง 27 วัน และจัดหาเพิ่มเติมแล้วอีก 30 วัน และได้สั่งเร่งแก้ปัญหาการขนส่งน้ำมันสู่สถานีบริการ เพื่อคลี่คลายความตื่นตระหนกในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้มีการเร่งซื้อกักตุนและบางสถานีไม่ได้สำรองน้ำมันไว้

• การประชุมสภาผู้แทนฯ วันแรกมีมติ 289 เสียงเลือก นายโสภณ ซารัมย์ พรรคภูมิใจไทยเป็นประธานสภา และขั้นตอนต่อไปคือการโหวตเลือกนายกฯ และจัดตั้ง ครม. หากรัฐบาลสามารถจัดตั้งได้ภายในสัปดาห์แรกของ เม.ย. 2569 สศช. ประเมินว่ากระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 จะล่าช้าราว 1 เดือน

• วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่รัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 29.94 บาท/ลิตร ตามกรอบ 15 วัน ติดตามการประกาศราคาขายปลีกดีเซล-เบนซินขึ้นตามกลไกตลาด โดยกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดสนับสนุนดีเซลที่ 14.15 บาท/ลิตร และเตรียมแผนปรับสัดส่วนไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B10 หรือ B20 ซึ่งเป็น Sentiment บวกต่อผู้ผลิตไบโอดีเซล GGC และ BBGI

• ประมาณการครั้งที่สอง 4Q68 GDP สหรัฐฯ ขยายตัวเพียง 0.7%QoQ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้และลดลงจากประมาณการครั้งแรกที่ +1.4%QoQ และชะลอตัวจาก 3Q68 ที่ +4.4%QoQ จากการใช้จ่ายภาครัฐและลงทุนที่ลดลงจาก US Shutdown ส่วนเงินเฟ้อ ม.ค. 2569 ผ่านดัชนี Core PCE เพิ่มขึ้น 0.4%MoM และ 3.1%YoY

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET ยังอยู่ในภาวะ Risk-off และผันผวนสูง โดยหากวิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซลากยาวเกิน 1 เดือน จนส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$90/bbl คาดจะเกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกในระดับรุนแรง (Supply Shortage) ซึ่งจะลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่นทั่วโลก โดยต้นทุนแฝงในภาคการผลิตจะเริ่มสะสมจนกดดันให้เกิดการขาดแคลนสินค้า และ/หรือ ราคาขายสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง (Stagflation) ในกรณีเลวร้ายคาดจะกดดันให้ GDP ไทย และ EPS SET ลดลงเหลือ 1.1% และ 91.0 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า (ระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่) จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด ปัจจัยสำคัญอื่นที่ต้องติดตามคือ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก (Fed, ECB, BoE, BoJ) กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ยังอยู่ในภาวะ Risk-off โดยวิกฤติในตะวันออกกลางครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ต้องจับตาความท้าทายในการบริหารจัดการ Supply Chain ของทั้งโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้

หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้ต่ำ : แนะนำถือเงินสดเพิ่มขึ้น (Cash is King) โดยลดน้ำหนักหุ้นที่มีความอ่อนไหวสูงต่อต้นทุนพลังงาน เปราะบางจากมีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง หรือ ค่าเงินบาทอ่อน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และรพ. ระดับบน ขณะที่สามารถทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น (PTTEP) โดยควรตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย

หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร โดยมอง “วิกฤตคือโอกาส" : แนะนำ "Buy on Panic" โดยแบ่งไม้ซื้อที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 ใน 2 ธีมเด่น คือ 

1) High Dividend สร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน มี.ค.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่เหลือปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ SIRI KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI

2) Fast Rebound ดักเด้งหุ้นคุณภาพที่ราคาลงแรงเกินจริง โดยได้ผลกระทบโดยตรงจำกัดจากวิกฤติอิหร่าน โดยเลือกหุ้น SET50 ซึ่งคาดหวังตลาดฟื้นตัวจะมีเม็ดเงินไหลกลับ ได้แก่ GULF BJC HMPRO SAWAD MTC TIDLOR 

ขณะที่นักลงทุนระยะกลางที่ต้องการทยอยสะสมหุ้นเชิงรับที่มีงบดุลแข็งแกร่ง มี margin of safety สูง มีความชัดเจนของกําไร และซื้อขายที่ valuation สมเหตุสมผล แนะนำ ADVANC BDMS BEM BBL GULF ที่อยู่ในบทวิเคราะห์กลยุทธ์ลงทุน 2Q69

Daily Top Picks

PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับขึ้นสู่ระดับ US$101/bbl จากความกังวลอุปทานตึงตัว หลังสงครามดำเนินมากว่า 2 สัปดาห์ และช่วงสุดสัปดาห์สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg อีกทั้งมองเป็นสินทรัพย์ hedge เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้แก่พอร์ต เป้าหมายระยะสั้นที่ 150.00 บาท

CPAXT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากจากการจัดตั้งรัฐบาลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเร็ว หนุนให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภค ขณะที่ธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2569 เติบโตที่ระดับ mid-single digit จาก SSS ที่เพิ่มขึ้นและการขยายสาขา เป้าหมายระยะสั้นที่ 16.40 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 มี.ค. 2569 เวลา : 11:52:33
18-03-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 18, 2026, 5:47 pm