
• EU ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์มากกว่าฟอสซิลเป็นครั้งแรกในปี 2025 โดยมีสัดส่วนประมาณ 30.1% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด สะท้อนการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนที่รวดเร็วในยุโรป
• อย่างไรก็ดี EU ยังต้องอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า จึงต้องเร่งลงทุนราว 584,000 ล้านยูโร ภายในปี 2030 เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน โดยเฉพาะพลังงานลมและแสงอาทิตย์
• ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การลงทุนดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มความต้องการอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า ซึ่งอาจเปิดโอกาสต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของไทย เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า (มูลค่าส่งออกจากไทยไป EU ปี 2024 ราว 1,270.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ สายไฟฟ้าและสายเคเบิล (ราว 100.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ข่าวเด่น