
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีสัญญาณทวีความรุนแรงขึ้น หลังอิหร่านได้ทำการโจมตี โรงกลั่นและโรงปิโตรเคมีในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยล่าสุด อิหร่านได้ทำการโจมตีโรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในพื้นที่ราส ลัฟฟาน (Ras Laffan) ประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นโรงผลิต LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทำให้กระบวนการผลิตต้องถูกระงับ
(+) ตลาดกังวลต่อการโจมตีของอิหร่าน หลังโรงกลั่น Mina Abdulla และ Minaal-Ahmadi ของคูเวต ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมราว 800,000 บาร์เรลต่อวัน ถูกโจมตีด้วยโดรน ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่การผลิตดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทได้ออกมาเปิดเผยว่าสามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้ แล้วและจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพในการดำเนินงานของโรงงาน
(-) ตลาดกำลังจับตาท่าทีของสหรัฐฯ หลังจากนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในส่วนของน้ำมันที่ลอยลำอยู่บนเรือกลางทะเล เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณน้ำมันดิบอิหร่าน ที่ลอยลำอยู่บนเรือกลางทะเลมีอยู่ราว 140 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (SPR) เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มอุปทานในตลาด
(-) ท่าเรือ Yanbu ในทะเลแดงสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้อีกครั้ง หลังก่อนหน้า ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน โดยท่าเรือ Yanbu ถือเป็นจุดส่งออกน้ำมันดิบสำคัญ ทดแทนเส้นทาง ผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิด
ข่าวเด่น