สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
· เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือน ก่อนฟื้นตัวกลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์
เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงต้นสัปดาห์ โดยถูกกดดันจากการเคลื่อนไหวในกรอบสูงของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงต่อมา ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ น่าจะมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายเพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด
เงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งตามการร่วงของราคาทองคำตลาดโลก โดยเงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือน (นับตั้งแต่ปลายมิ.ย. 2568) ที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานระบุว่า อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกาตาร์ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งส่งผลให้ตลาดปรับลดการคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่า dot plot ล่าสุดของเฟดจะยังส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ย 1 ครั้งก็ตาม อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย หลังจาก BOJ, BoE และ ECB ส่งสัญญาณยืนดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อสกัดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

· ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ (หลังทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือนที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในระหว่างสัปดาห์) เทียบกับระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 มี.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 3,216 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 8,943 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 8,038 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 905 ล้านบาท)
· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.30-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนก.พ. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออกเดือนก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นและมุมมองต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมี.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของญี่ปุ่นและอังกฤษด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
· ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะกลับมาปิดบวกช่วงท้ายสัปดาห์
SET Index ย่อตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงานและค้าปลีก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังอิหร่านผ่อนคลายข้อจำกัดในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน (แต่ยังมีการคุมเข้มสำหรับเรือของสหรัฐฯ-อิสราเอลและพันธมิตรที่เข้าร่วมโจมตีอิหร่าน) ส่งผลให้มีแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย โดยมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการโจมตีแหล่งพลังงานหลายแห่งในพื้นที่ตะวันออกกลาง ประกอบกับมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากการที่เฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยคาดว่ามีแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าผู้นำอิสราเอลระบุว่าจะไม่โจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านอีก ประกอบกับประเด็นการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น
· ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,432.99 จุด เพิ่มขึ้น 1.68% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,480.02 ล้านบาท ลดลง 8.96% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.47% มาปิดที่ระดับ 219.08 จุด
· สัปดาห์ถัดไป (23-27 มี.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,415 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนก.พ. ของไทยสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนตัวเลขกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน
ข่าวเด่น