รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (10 – 16 เม.ย. 69)
ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน แม้สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยตลาดจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 11 เม.ย. 69 ที่ประเทศปากีสถาน ซึ่งคาดว่าจะหารือประเด็นที่เป็นข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่าย ขณะเดียวกัน บรรยากาศการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังอิสราเอลเตรียมเปิดการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงมีอยู่ หลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดิอาระเบียถูกโจมตี ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและการขนส่งน้ำมันบางส่วน ขณะที่การส่งออกน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกมายังภูมิภาคเอเชีย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานในเอเชียได้บางส่วน
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้
• ตลาดจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง ที่จะถูกจัดขึ้นในวันที่ 11 เม.ย. 69 ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยทางสหรัฐฯ นำโดยนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่คณะผู้แทนของอิหร่านนำโดยประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ทั้งนี้ การเจรจาดังกล่าวไม่มีการเปิดเผยหัวข้อการเจรจาอย่างเป็นทางการ แต่ตลาดคาดว่าการหารือจะครอบคลุมการรักษาข้อตกลงหยุดยิง การลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และประเด็นความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพอุปทานน้ำมันโลกในระยะถัดไป
• การยุติสงครามในตะวันออกกลางมีแนวโน้มเชิงบวกมากขึ้น หลังนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลตัดสินใจให้คณะรัฐมนตรีเปิดการเจรจาโดยตรง กับเลบานอนโดยเร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และวางกรอบความสัมพันธ์เชิงสันติภาพระหว่างสองประเทศ หลังก่อนหน้านี้ อิสราเอลเดินหน้าโจมตีเลบานอนอย่างรุนแรง ภายหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่ออิหร่านเป็นอย่างมาก ส่งผลให้อิหร่านกลับมาจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ตลาดประเมินว่าหากการเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอนมีความคืบหน้า จะช่วยสนับสนุนบรรยากาศการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น
• อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มตึงตัว หลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาดใหญ่ของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันดิบราว 600,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 5% ของกำลังการผลิตสูงสุดทั้งประเทศที่ราว 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกลดลงราว 700,000 บาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 10% ของกำลังการส่งออกที่ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ท่อดังกล่าวถือเป็นหัวใจหลักในการส่งออกน้ำมันดิบทดแทนการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกังวลถึงความเสี่ยงด้านอุปทานที่เพิ่มขึ้น
• รายงานจาก S&P Global Energy ระบุการส่งออกน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ในเดือน มี.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 3.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้นในเดือน เม.ย. 69 ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่ โดยมีการจองเรือขนส่งน้ำมันจากชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ไปยังเอเชียมากขึ้น จากรายงานระบุว่า จีนมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ในเดือน มี.ค. 69 อยู่ที่ 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่จะนำเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือน เม.ย. 69 จากข้อมูลการจองเรือขนส่งที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เกาหลีใต้ก็นำเข้าน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในเดือน มี.ค. 69 เพิ่มขึ้นเป็น 644,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี
• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน มี.ค.69 ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core CPI) เดือน มี.ค. 69 และ จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ดุลการค้า เดือน มี.ค. 69 ดัชนีจีดีพี (GDP) ไตรมาส 1/69 ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน เดือน มี.ค. 69 และอัตราการว่างงานของจีน เดือน มี.ค. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรม เดือน ก.พ. 69 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน มี.ค. 69 และดุลการค้า เดือน ก.พ. 69
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (3 - 9 เม.ย. 69)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 2.72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 105.84 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 7.03 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 103.75 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะระงับการโจมตีต่ออิหร่านชั่วคราว เพื่อแลกกับการที่อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่ยืนยันการเปิดช่องแคบดังกล่าวเป็นระยะเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่ามีเรือเพียง 3 ลำเท่านั้นที่สามารถออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้หลังการประกาศหยุดยิงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่การสู้รบในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป โดยอิสราเอลยังคงปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการละเมิดเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิง ขณะเดียวกัน อิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีประเทศในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าสถานการณ์ด้านการขนส่งพลังงานในภูมิภาคยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ กลุ่มโอเปกพลัสมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวัน สำหรับเดือน พ.ค. 69 ต่อเนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิตในระดับเดียวกันสำหรับเดือน เม.ย.69 ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ภายใต้ความผันผวนของราคาพลังงานโลกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ยังคงบริหารจัดการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งที่หลากหลาย เพื่อรักษาเสถียรภาพของปริมาณน้ำมันภายในประเทศ แม้ต้นทุนด้านขนส่งและประกันภัยจะปรับสูงขึ้นตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยบริษัทฯ ยังคงเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันและสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
ข่าวเด่น