
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "คนไทยกับอากาศร้อน" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,306 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนรู้สึกอย่างไรกับอากาศร้อนในช่วงนี้
อันดับ 1 ร้อนมากจนทนแทบไม่ไหว 68.22%
อันดับ 2 ร้อนมากแต่พอรับได้ 28.41%
อันดับ 3 ร้อนพอสมควร 3.22%
อันดับ 4 ไม่รู้สึกว่าร้อนผิดปกติ 0.15%
2. ประชาชนมีวิธีรับมือกับอากาศร้อนอย่างไร
อันดับ 1 ดื่มน้ำเย็นมากขึ้น 82.01%
อันดับ 2 เปิดแอร์/พัดลมนานขึ้น 77.87%
อันดับ 3 หลีกเลี่ยงออกนอกบ้านช่วงกลางวัน 67.84%
อันดับ 4 เข้าห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ 52.91%
อันดับ 5 สวมใส่เสื้อผ้าป้องกันแดด 47.32%
3. ประชาชนกังวลเรื่องใดบ้างจากอากาศร้อนในช่วงนี้
อันดับ 1 ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น 85.22%
อันดับ 2 ผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ฮีทสโตรก เพลียแดด 83.84%
อันดับ 3 ภัยแล้ง ไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 65.31%
อันดับ 4 สุขภาพของสัตว์เลี้ยง 39.51%
อันดับ 5 ความเสียหายจากลมพายุฤดูร้อน 38.44%
4. คนไทยควรปรับวิถีชีวิตประจำวันเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปหรือไม่
อันดับ 1 ควรปรับอย่างจริงจัง 72.13%
อันดับ 2 ควรปรับบ้าง 26.88%
อันดับ 3 ไม่แน่ใจ 0.84%
อันดับ 4 ยังไม่จำเป็นต้องปรับ 0.15%
5. ภาครัฐควรดำเนินการอย่างไรเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงอากาศร้อนจัด
อันดับ 1 ลดหรือตรึงค่าไฟฟ้า 77.95%
อันดับ 2 บริหารจัดการน้ำและแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ 64.93%
อันดับ 3 วางแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระยะยาว 57.89%
อันดับ 4 เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง 56.43%
อันดับ 5 ปรับเวลาทำงานกลางแจ้ง ให้หลีกเลี่ยงช่วงอากาศร้อนจัด 54.82%
* หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
สรุปวิเคราะห์ผลโพล : คนไทยกับอากาศร้อน
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับอากาศร้อน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,306 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า
จากอากาศร้อนในช่วงนี้กลุ่มตัวอย่างรู้สึกได้ว่าร้อนมากจนทนแทบไม่ไหว ร้อยละ 68.22 ขณะเดียวกันมีวิธีรับมือกับอากาศร้อนด้วยการดื่มน้ำเย็นมากขึ้น ร้อยละ 82.01 ประเด็นที่กังวลจากอากาศร้อนในช่วงนี้ คือ ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 85.22 ในภาพรวมมองว่าคนไทยควรปรับวิถีชีวิตประจำวันเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างจริงจัง ร้อยละ 72.13 นอกจากนี้ยังเห็นว่าภาครัฐควรดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในช่วงอากาศร้อนจัดด้วยการลดหรือตรึงค่าไฟฟ้า ร้อยละ 77.95
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า อากาศร้อนกลายเป็นปัญหาใกล้ตัวที่กระทบชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างรุนแรง โดยไม่ใช่เพียงความไม่สบายตัวแต่เชื่อมโยงไปถึงภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่กังวลอย่างมาก สะท้อนว่าการรับมือของประชาชนต้องแลกมากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายควบคู่กับการวางแผนระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ท่ามกลางปรากฏการณ์ ที่ประเทศไทยเผชิญ ไม่ใช่เพียงแค่ “อากาศร้อน” ตามฤดูกาล แต่กำลังเข้าสู่สภาวะ “Extreme Heat” หรือสภาพอากาศสุดขั้ว รวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหม่ที่กำลังจะเริ่มในเดือนมิถุนายน 2569 และอาจลากยาวถึงปี 2570 ผลสำรวจสะท้อนชัดถึงวิกฤตความร้อนที่คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่าพุ่งสูงจนเกือบถึงขีดจำกัด ซึ่งไม่ได้เพียงสร้างความวิตกกังวลต่อภาระค่าไฟ แต่ยังพ่วงมาด้วยความกังวลต่อสุขภาพ และในเชิงสิ่งแวดล้อมความร้อนจะเกิดขึ้นควบคู่กับสภาวะอากาศที่กักขังฝุ่น PM 2.5 ให้สะสมตัวจนเป็นอันตราย กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ทำให้ประชาชนต้องปรับวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันสภาพอากาศสุดขั้วนี้ยังส่งสัญญาณไปถึงภาครัฐให้เร่งบริหารจัดการน้ำและพลังงานเพื่อรับมือกับภัยแล้งที่ยาวนานกว่าปกติ การปรับตัวของคนไทยในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ “การซื้อน้ำแข็งหรือเปิดแอร์” แต่คือการปรับวิถีชีวิตสู่การเป็นพลเมืองที่พร้อมรับมือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป การที่ผลโพลชี้ว่าประชาชนต้องการเห็นการจัดการจากภาครัฐ สะท้อนว่านี่คือ “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องบูรณาการทั้งเรื่องพลังงาน สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือนไทยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ข่าวเด่น