หุ้นทอง
ธปท. ชี้ รัฐกู้ พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ประคองเศรษฐกิจ ดัน GDP ปี 69 ขยับเพิ่ม 0.6% ดันทั้งปี โต 2.1%


 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาทนั้น คาดว่าจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2569 โตเพิ่ม 0.6% มาอยู่ที่ 2.1% จากเดิมคาดโต 1.5% (วงเงินเดิม 3 แสนล้านบาท)

ขณะที่ปี 2570 คาดว่าจีดีพีจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.6% จากเดิมคาด 2% เป็นผลจากฐานที่สูงในปีนี้ จากการออกมาตรการต่างๆของรัฐบาล ยกเว้นจะมีเรื่องใหม่ๆเข้ามาอีก 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปล่าสุดที่ออกมาอยู่ที่ 2.89% เป็นไปตามที่ ธปท.คาดการณ์ไว้  โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อจะทยอยเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งในบางเดือนอาจสูงถึง 4-5% ก่อนจะทยอยปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และการออก พ.ร.ก. ดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 3-3.1% จากคาดการณ์ที่ 2.9% คาดว่าปี 2570 อัตราเงินเฟ้อจะเข้าสู่ภาวะปกติและเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 1.4% ลดลงจากคาดการณ์ปัจจุบันที่ 1.5%

”สิ่งที่ต้องจับตา คือ เรื่องของการลงทุนที่รัฐบาลต้องการจะปรับเรื่องการใช้พลังงาน ว่าการใช้เงินจะออกมาเร็วหรือช้าเพียงใด โดยการกระตุ้นการบริโภค 200,000 ล้านบาทแรก ยอมรับว่ามีผลต่อเงินเฟ้อบ้าง ขณะที่การลงทุนก็มีผลบ้างแต่ไม่มากนักสำหรับทั้งปี แต่จะมีผลต่อรายไตรมาส เช่นไตรมาส 3/2569 ที่จะมีโครงการคนละครึ่งพลัส 4,000 บาท แต่ทั้งปีเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก” นายวิทัย กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทย ยังไม่อยู่ในภาวะ stagflation เพราะตามนิยาม “Stagflation” นั้น เศรษฐกิจจะต้องตกต่ำและเงินเฟ้อสูงขึ้นและค้างอยู่ยาว ซึ่ง ณ วันนี้เงินเฟ้อสูงขึ้นพอสมควร แต่จะทยอยลดลงในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า ดังนั้นเงินเฟ้อไม่ได้อยู่ยาว จึงไม่ได้เป็น “Stagflation”

“อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลาง ดังนั้นก็มีความเสี่ยง Stagflation ที่ต้องติดตาม แต่ถ้าเปรียบเทียบเงินเฟ้อของไทยกับต่างประเทศเงินเฟ้อไทยจะอยู่ขอบล่าง และหลายประเทศจะอยู่ขอบบน วันนี้ยังมั่นใจว่ายังไม่อยู่ในภาวะ Stagflation แต่มีความเสี่ยงต้องติดตามและประเมิน” นายวิทัย กล่าว

นายวิทัย กล่าวต่อไปว่า ในมาตรการกระตุ้นและบรรเทาเยียวยา เช่น คนละครึ่งพลัส มีผลต่อเงินเฟ้อทั้งปีแต่ไม่มาก คาดว่าในไตรมาส 3 จะดีดขึ้นบ้าง ส่วนของ ธปท. จะมีการปรับมาตรการบรรเทาผลกระทบหลายตัว ซึ่งในครั้งนี้มาตรการการคลังจะใช้เป็นตัวหลัก ทั้งนี้ ธปท.เตรียมปรับมาตรการสนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอี อย่างโครงการ SME Credit Boost ให้สอดคล้องกับวิกฤติจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ให้มีการค้ำประกันง่ายขึ้น เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น รวมถึงขอให้ธนาคารใช้ที่ดินเข้ามาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ หรือโครงการ Secure+

ทั้งนี้ ธปท.อยู่ระหว่างติดตามเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ถ้าจำเป็นก็ต้องผ่อนปรนคล้ายกับมาตรการฟ้า-ส้ม ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องออกมาเป็นมาตรการเฉพาะจุด

สำหรับความคืบหน้าของการปรับลดค่าธรรมเนียมของการทำธุรกรรมธนาคารนั้น ธปท. อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็น (เฮียริ่ง) ซึ่งอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบขั้นสุดท้าย และหวังว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้ และอาจเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ ก.ค. 2569 เป็นต้นไป หรืออาจจะในอีก 2-3 เดือนหลังจากนั้นแล้วแต่กรณี ซึ่งจะช่วยลดภาระให้กับรายย่อยและเอสเอ็มอีได้

LastUpdate 07/05/2569 21:52:47 โดย : Admin
09-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 9, 2026, 7:53 am