การค้า-อุตสาหกรรม
"ประชาธิปัตย์" จับมือ Builders ปักหมุดกรุงเทพฯ สู่ AI Hub แห่งแรกของภูมิภาค



นักพัฒนา นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายชั้นนำรวมตัวที่โรงงานยาสูบ 5 พิสูจน์ด้วยผลิตภัณฑ์จริง ว่ากรุงเทพฯ พร้อมแล้วที่จะเป็น AI Builder Hub แห่งแรกของภูมิภาค

พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับ AI Builders BKK, FIT Institute of Technology และ AIEAT จัดงาน "AI Demo Day: Bangkok Builders Edition" เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ โรงงานยาสูบ 5 เพื่อขับเคลื่อนวาระ "Thailand in the AI Race" จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง (From Vision to Execution) โดยครั้งนี้ไม่ใช่การเสวนาทั่วไป แต่คือการพิสูจน์ด้วยนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง สร้างโดยนักพัฒนาที่อยู่ในไทย ไม่ว่าจะชาวไทย หรือชาวต่างชาติ 

 
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดงานว่า การแข่งขัน AI Race ไม่ได้วัดกันที่ใครมีข้อมูลมากที่สุด แต่วัดกันที่ใครมีมันสมองมากที่สุด หน้าที่ของรัฐคือต้องเลิกเป็น “เจ้าของที่” แล้วเริ่มเป็น “ผู้สนับสนุน” เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นจุดหมายปลายทางของ Builders ทั่วโลก พรรคประชาธิปัตย์ ย้ำมาตลอดว่าเราพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทุกพรรคการเมือง และทุกหน่วยงาน เพื่อผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็น AI Builder Hub แห่งแรกของประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือสิ่งที่ประจักษ์ เรามีทั้งนักพัฒนา ผู้ก่อตั้งและทีมเทคนิคจากสตาร์ทอัพชั้นนำ อาทิ Typoon LLM, Cysmiq, Wisesight, Botnoi, NDara, Elephants, SalesMind, Lisa AI, Mall Player, และ ฯลฯ ที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อหน้านักลงทุน ผู้บริหารองค์กร และผู้แทนภาครัฐ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Ecosystem ของ Builders ในกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่แค่ในในกรอบของการสนทนาอย่างเดียวอีกต่อไป

 
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำทีมขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของพรรค กล่าวในการเสวนา "Scaling the Engine: Capital, Infrastructure, and Bangkok's AI Future" ว่า "อย่าเชิญคนเก่งมาแค่เที่ยว แต่จงเชิญเขามา Build เพราะเมื่อคนเก่งมาอยู่รวมกันเป็นชุมชนมันจะเกิดแรงเหวี่ยงทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าโครงการรัฐใดๆ และนั่นคือ Growth Engine ที่แท้จริงของไทย" 

 
นายกรณ์ ยังย้ำว่านักลงทุนระดับโลกไม่ได้มองหาแค่สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่มองหา Talent Pool ที่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนเงินทุนให้กลายเป็นนวัตกรรม

ไฮไลต์สำคัญของงานคือ The Hero Workshop เซสชัน Vibe Coding สดโดย Claw Collective ซึ่งผู้เข้าร่วมได้ลงมือสร้างแอปพลิเคชันจริงในเวลาจริง นาย Gareth Lai ผู้ก่อตั้ง Claw Collective กล่าวว่า เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะให้คนรุ่นใหม่ เพราะเราเห็นแล้วว่าคือทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตยิ่งไปกว่านั้น ผลงานที่สร้างขึ้นในเซสชันนี้ยังสามารถส่งผลงานเข้าร่วม Play to Build: AI Hackathon กับ Shardlab ผู้จัดงาน SEABW ได้ทันที เปิดโอกาสให้นักพัฒนาก้าวจากการฝึกฝนสู่เวทีการแข่งขันระดับภูมิภาคในก้าวเดียว

เสียงจากภาคเอกชนในงานยิ่งตอกย้ำความเร่งด่วนของวาระนี้ นาย Moe Iman จาก OnlyFounders กล่าวว่า ตนเห็นนักพัฒนาย้ายมาอยู่ไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่คือการสนับสนุนจากภาครัฐที่เป็นรูปธรรม

ขณะที่นายทิวา ยอร์ค นักลงทุนผู้อยู่เบื้องหลังสตาร์ทอัพหลายราย มองว่า คือโอกาสที่ดีที่โลกจะหันมาสนใจไทยและนวัตกรรมของเรามากขึ้น

ด้าน นายกสิมะ ธารพิพิธชัย ผู้ก่อตั้ง Typhoon AI กล่าวว่า เราต้องเป็นผู้สร้าง ไม่ใช่ใช้งานอย่างเดียว ซึ่งสะท้อนถึงแก่นของงานในวันนี้ได้อย่างตรงจุด

ในมุมของการสร้างระบบนิเวศ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เราไม่ได้แค่ต้องการคนเก่งมาทำงานให้เรา แต่เราต้องการสร้าง Community ที่คนเก่งมาใช้ชีวิตและเติบโตไปด้วยกัน เมื่อเรามี Talent Pool ที่แข็งแรงพอ กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนจากเมืองที่ใช้ AI เป็นเมืองที่ให้กำเนิด AI 

พื้นที่อย่างโรงงานยาสูบ 5 คือหลักฐานที่จับต้องได้ว่ากรุงเทพฯ พร้อมแล้วที่จะเป็น Sandbox ให้คนเก่งจากทั่วโลกมาทดลอง ล้มแล้วลุก และสร้างสิ่งใหม่ไปด้วยกัน

ด้านการนำนโยบายลงสู่การปฏิบัติในระดับเมือง นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมืองที่คนจะเลือกมาอยู่ในอนาคตคือเมืองที่ลดความยุ่งยากให้คนทำงานนวัตกรรมได้มากที่สุด รัฐต้องถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเปิดพื้นที่ให้ Community ของคนเก่งได้เดินเครื่องเต็มกำลัง เพราะนั่นคือทางเดียวที่กรุงเทพฯ จะเป็นได้มากกว่าที่คนทั้งโลกเคยเห็น

เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนประเทศไทยจาก “ผู้ใช้งาน” สู่การเป็น “ผู้สร้าง" 

ดร.พิชชาเพ็ญ ประทีปะวณิช ทีมนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสรุป  กรุงเทพฯ มีคนเก่ง มีวัฒนธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดึงดูด Builders จากทั่วโลก สิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้คือรื้อกำแพงที่ขวางกั้น และเปิดพื้นที่ให้ชุมชนนักสร้างได้เดินเครื่องเต็มกำลัง เพราะเมื่อนั้น กรุงเทพฯ จะเป็นได้มากกว่าที่ใครเคยมองเห็น

การเลือกใช้ โรงงานยาสูบ 5 เป็นสถานที่จัดงานไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การแปลงพื้นที่อุตสาหกรรมเก่าให้กลายเป็นเวทีสาธิต AI ที่มีชีวิต คือภาพสัญลักษณ์ที่ผู้จัดต้องการส่งไทยไม่ต้องถูกนิยามด้วยสิ่งที่ผลิตในอดีต เมืองนี้กำลังสร้างสิ่งใหม่ และกำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ชุมชน AI Builders BKK ยังคงเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงนักพัฒนา ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศ AI ของประเทศไทย โดยมี FIT Institute of Technology ร่วมสนับสนุนด้านองค์ความรู้และการพัฒนาบุคลากร และ AIEAT ร่วมขับเคลื่อนการนำ AI ไปใช้ในภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม เพื่อให้ Ecosystem นี้เติบโตได้อย่างครบวงจรและยั่งยืน สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้ที่เพจ "@AIBuildersBKK" บน X, Facebook, Instagram และ TikTok

////////

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 พ.ค. 2569 เวลา : 16:59:33
13-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 13, 2026, 3:22 am