
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ....ตามมาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา
นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาบริการการแพทย์และบริการสาธารณสุขของประเทศ การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของประเทศ ตลอดจนการเพิ่มโอกาสของเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงการศึกษา โดยการสนับสนุนการดำเนินงานองค์การสาธารณกุศลที่มีการดำเนินงานดังกล่าวในวงกว้าง จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการหักลดหย่อนเงินบริจาคและการหักรายจ่ายการบริจาคได้ ๒ เท่า สำหรับการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ให้แก่มูลนิธิจำนวน 9 แห่ง ดังต่อไปนี้
(1) มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
(2) มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
(3) มูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี
(4) มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์
(5) มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
(6) มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
(7) มูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
(8) มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
(9) มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕70”
นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “มาตรการภาษีนี้จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์และบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงมากขึ้น ตลอดจนเด็กและเยาวชน มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานเพิ่มขึ้น”
หากมีข้อสงสัย สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศหรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161
ข่าวเด่น