นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขออนุญาตท่านประธานสภา เพื่อหารือสืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ตน และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่บริเวณถนนสุขุมวิท ซึ่งได้มีพี่น้องประชาชนเข้ามาร้องเรียนปัญหา ทั้งนี้หากเดินจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแถวสุขุมวิทถึงอโศก จะพบเจอร้านขายผลิตภัณฑ์กัญชา และกัญชา ทุก 50 เมตร และส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย โดยเฉพาะในช่วงเย็น
“นอกจากจะมีกลิ่นฟุ้งกระจายแล้ว ร้านค้ายังเปิดไฟนีออน ซึ่งเป็นการล่อตาล่อใจและยังมี ผลิตภัณฑ์จากกัญชาแปรรูปเป็นขนม เสนอขายกันอย่างเปิดเผยเหมือนบริเวณย่านสุขุมวิทเป็นดินแดนที่ไม่มีกฎหมาย
“ผมอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งดูปัญหาเรื่องกัญชาใน 5 ประเด็น ” นายสกลธี กล่าวต่อที่ประชุม
นายสกลธี กล่าวว่า 5 ประเด็นดังกล่าว ได้แก่ 1. การก่อความเดือดร้อนรำคาญ เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของส่วนรวม ซึ่งไม่ใช่สิทธิ์ส่วนตัว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหานี้ เพราะในช่วงตอนเย็น นักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทย ได้ออกมาสูบกัญชา และทำให้เกิดกลิ่นฟุ้งกระจายรบกวนประชาชนที่เดินสัญจรไปมาในย่านดังกล่าว จึงอยากให้กรุงเทพมหานคร และกระทรวงสาธารณสุข ใช้กฎหมายที่มีอยู่คือ พรบ.สาธารณสุข เข้าไปดำเนินการจัดการโดยด่วน
ประเด็นที่ 2 คือในส่วนของกัญชาแปรรูป เป็นเรื่อที่ต้องเร่งเข้าไปดูอย่างจริงจัง เพราะผลิตภัณฑ์แปรรูปไม่ว่าจะอยู่ในรูปของคุกกี้ กัมมี่ หรืออยู่ในรูปของขนมต่างๆ ไม่มีการแจ้งปริมาณสารดังกล่าว ระบุชัดเจนว่ามีสัดส่วน หรือส่วนผสมในปริมาณมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะว่าเวลาเราบริโภคผลิตภัณฑ์แปรรูปเหล่านี้เข้าไป ร่างกายจะเกิดการดูดซึมช้า โดยอาจใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง
“ดังนั้นบางครั้งบางคนบริโภคพวกผลิตภัณฑ์แปรูกัญชาเข้าไป จะไม่รู้ตัวว่า ตัวเองได้กินไปในปริมาณมากขนาดไหน ซึ่งหยุดไม่ได้ จึงทำให้บางครั้งกินเข้าไปเกินขนาดโดยไม่รู้”นายสกลธี กล่าวในที่ประชุมสภา
ประเด็นที่ 3 การโฆษณาล่อตาล่อใจ ในหลายร้าน หรือหลายที่ไฟป้ายร้านสว่างเหมือนคาเฟ่ครับทำให้เด็กเยาวชนเข้าง่ายอันนี้มีผลการศึกษาแล้วว่ากัญชาเป็นทางผ่านของเยาวชนไปสู่ยาเสพติดที่อันตรายและร้ายแรงยิ่งกว่า และหากเสพระยะยาวเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า
ประเด็นที่ 4 ซึ่งสำคัญที่สุด คือช่องโหว่ทางกฎหมาย เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายที่จริงจัง โดยมีเพียงประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งผลักดัน เพื่อออกพระราชบัญญัติกัญชาออกมาเพื่อควบคุมดูแลอย่างจริงจัง
รวมถึงประเด็นที่ 5 ประเด็นสุดท้ายที่อันตรายไม่แพ้กัน ก็คือ ในส่วนของคนขายส่วนใหญ่ที่เป็นต่างชาติ ตนขอฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร ต้องช่วยดูแลกันดูแล และเร่งแก้ปัญหานี้ร่วมกันอย่างจริงจัง
ข่าวเด่น