ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี คาดการณ์ความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า อยู่ในช่วงประมาณ 32.59 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 31.90 - 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางปัจจัยต่างประเทศที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
โดยภาพรวมค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบและมีความผันผวน สาเหตุจากนักลงทุนจับตาพัฒนาการการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงตัวเลข Core PCE ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้แรงกดดันต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐผ่อนคลายลงในระยะนี้
ในขณะเดียวกัน การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังไม่บรรลุข้อตกลง โดยฝั่งอิหร่านประกาศระงับการเจรจาผ่านตัวกลางและมีท่าทีแข็งกร้าวต่อเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แถลงถึงความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเฮซบอลลาห์ พร้อมทั้งยืนยันว่าการพูดคุยกับอิหร่านมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐ ตัวเลข Core PCE เดือนเมษายนขยายตัว 0.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ขณะที่ตัวเลขรายปีขยายตัว 3.3% สูงสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ส่วนดัชนี PCE ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.4% ต่อเดือน และ 3.8% ต่อปี ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ ขณะที่จีดีพีไตรมาสแรกถูกปรับประมาณการลดลงเหลือ 1.6% จากเดิม 2.0% เนื่องจากการใช้จ่ายผู้บริโภคลดลง ขณะที่ดัชนี ISM Manufacturing PMI เดือนพฤษภาคมปรับเพิ่มขึ้นเป็น 54.0 จาก 52.7 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรม
สำหรับนโยบายการเงิน เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงระมัดระวัง โดยนางมิเชล โบว์แมน ระบุว่าความคืบหน้าการชะลอเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดอีกหลายรายแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง พร้อมย้ำว่านโยบายการเงินในอนาคตจะพิจารณาตามข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดเป็นสำคัญ
ข่าวเด่น