แบงก์-นอนแบงก์
SCB WEALTH ชู 3 ปรัชญาบริหารความมั่งคั่ง ฝ่าความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก มุ่งพลิกความผันผวนสู่โอกาส ลงทุนเพื่ออนาคต พร้อมบริหารความเสี่ยงด้วยวินัย


SCB WEALTH เดินหน้ายกระดับการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวมผ่านงานสัมมนา "Resilient Wealth, Lasting Legacy" เดินสายทั่วประเทศถ่ายทอดแนวคิดการรักษา ต่อยอด และส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่กลุ่มลูกค้า Wealth โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการจัดงานใน 3 จังหวัดยุทธศาสตร์ ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี และขอนแก่น พร้อมเดินหน้าขยายการส่งต่อองค์ความรู้ มุมมองการลงทุน และโซลูชันทางการเงินสู่พื้นที่ภาคใต้ทั้งตอนบนและตอนล่างเป็นเป้าหมายถัดไป งานสัมมนานี้สะท้อนบทบาทของ SCB WEALTH ที่มุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์การลงทุน การจัดสรรสินทรัพย์ การบริหารทรัพย์สินครอบครัว ไปจนถึงการวางแผนมรดกอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิดการสร้าง Resilient Portfolio เพื่อรับมือกับโลกการลงทุนยุค Multi-Polar Era ผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพทั่วโลก พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้หลักทรัพย์ผ่าน Wealth Lending Solution ตอกย้ำบทบาท SCB WEALTH ในฐานะพันธมิตรทางการเงินที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกมิติ ยึดมั่นในแนวคิด “Your Success. Our Success.” ขับเคลื่อนความสำเร็จทางการเงินของลูกค้าให้มีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในทุกสภาวะเศรษฐกิจ
 
นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยในการเปิดงานสัมมนา Resilient  Wealth , Lasting Legacy โดยจัดขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้า Wealth ว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงิน SCB WEALTH มุ่งเดินหน้ายกระดับการบริหารความมั่งคั่งในการดูแลลูกค้าแบบองค์รวม เพื่อรักษา ต่อยอด และส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์การผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน การบริหารทรัพย์สิน และการวางแผนครอบครัวเข้าด้วยกัน  โดยในงานสัมมนาได้ถ่ายทอดมุมมองการบริหารความมั่งคั่งใน 3 มิติ ได้แก่ 1) การวางกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก พร้อมการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้ในทุกสภาวะตลาด 2) การให้ความสำคัญกับการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือได้ทั้งเศรษฐกิจขยายตัวและชะลอตัวและ 3) การวางรากฐานความมั่นคงของครอบครัวที่มุ่งดูแลทรัพย์สินในระยะยาว และการบริหารสภาพคล่องของสินทรัพย์ผ่าน Property-Backed Loan เพื่อเพิ่มศักยภาพของทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  
 
ทั้งนี้  SCB WEALTH เสมือนเพื่อนคู่คิดทางการเงินที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกมิติ โดยเชื่อว่า ความสำเร็จ ความมั่นคง และความมั่งคั่งของลูกค้าคือเป้าหมายสูงสุดของการให้บริการ ภายใต้แนวคิด "Your Success. Our Success." ที่มุ่งเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการเดินทางทางการเงิน พร้อมช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จให้เติบโตอย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
 
นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในหัวข้อ One Wealth.Endless Opportunities ว่า ความผันผวนของตลาดการเงินโลกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน SCB WEALTH ยังคงยึด 3 ปรัชญาหลักในการดูแลความมั่งคั่งของลูกค้า ได้แก่ 1) Focus on Opportunities มองทุกวิกฤตเป็นโอกาสการลงทุน 2) Invest in the Future การลงทุนเพื่ออนาคตและการเติบโตระยะยาว และ 3)Take Calculated Risk การบริหารความเสี่ยงอย่างมีหลักการและเหตุผลเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถก้าวผ่านความผันผวนของตลาดได้อย่างมั่นคง
 
SCB WEALTH มองว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วของโลก แม้จะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจและสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่งได้ก่อให้เกิดโอกาสการลงทุนใหม่ในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ อาทิ กลุ่มกลาโหม โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
 
สำหรับธีมการลงทุนแห่งอนาคต SCB WEALTH ให้ความสำคัญกับเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ทั้ง Artificial Intelligence หรือ AI พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และทรัพยากรสำคัญ เช่น ทองแดง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ของภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนในระยะยาว
 
นายชาตรี โรจนาภา Head of Investment Consultant ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในหัวข้อ Build a Single Resilient Portfolio in a Multi - Scenario ว่า โลกการลงทุนกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Multi-Polar Era” หรือโลกหลายขั้วอำนาจ ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความผันผวนในตลาดการเงินเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนจึงไม่สามารถพึ่งพาการลงทุนแบบดั้งเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในทุกสภาวะตลาด SCB WEALTH จึงได้นำแนวคิด “Resilient Investment” มาใช้เป็นกรอบสำคัญในการออกแบบพอร์ตการลงทุน โดยอ้างอิงหลักการของ All Weather Portfolio ซึ่งมุ่งสร้างสมดุลระหว่างโอกาสสร้างผลตอบแทนและการบริหารความเสี่ยง ผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งสินทรัพย์เพื่อการเติบโต (Growth Assets) สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Assets) สินทรัพย์ป้องกันภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (Deflation Assets) และเงินสดเพื่อช่วยลดความผันผวนและเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตในระยะยาว
 
โดยมองว่าหลักสำคัญของการบริหารความมั่งคั่งในยุคปัจจุบัน คือการสร้างสมดุลระหว่าง “โอกาสการเติบโต” และ “การปกป้องความมั่งคั่ง” โดยใช้แนวคิด Core & Satellite Portfolio เป็นแกนหลักในการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน แบ่งสัดส่วนเงินลงทุนส่วนใหญ่ ไว้ใน Core Portfolio ซึ่งประกอบด้วยสินทรัพย์คุณภาพสูงที่กระจายการลงทุนทั่วโลก เพื่อสร้างเสถียรภาพและผลตอบแทนระยะยาว และส่วนที่เหลือลงทุนผ่าน Satellite Portfolio เพื่อแสวงหาโอกาสการเติบโตจากธีมการลงทุนและสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงในอนาคต
 
ด้านนายธนพล อิทธินิธิภัค Head of Thailand Business, BlackRock กล่าวว่า ในภาวะที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนสูง นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับแนวคิด Volatility Control หรือการบริหารความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ผ่านการกระจายลงทุนในหุ้นโลก ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความสม่ำเสมอของผลตอบแทนในระยะยาว จากมุมมองของตลาดโลก กองทุนทางเลือกประเภทสภาพคล่อง (Liquid Alternatives) ได้กลายเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในกระบวนการจัดพอร์ตการลงทุน  เนื่องจากมีบทบาทในการสร้างแหล่งผลตอบแทนที่แตกต่างและช่วยกระจายความเสี่ยงภายใต้สภาวะตลาดที่หลากหลาย ผ่านกลยุทธ์ Long และ Short Position อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ต่ำกับสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างหุ้นและตราสารหนี้ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายความเสี่ยง พร้อมมีสภาพคล่องสูงที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงได้มากขึ้น
 
สำหรับโอกาสการลงทุนในอนาคต  SCB WEALTH ซึ่งได้มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดโลกของ BlackRock ที่ยังคงให้น้ำหนักกับเมกะเทรนด์สำคัญของโลก โดยเฉพาะ Artificial Intelligence (AI) และ Sustainable Energy ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในทศวรรษข้างหน้า ผ่านการเติบโตของ Data Center ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วโลก
 
ดร.นิติ เนื่องจำนงค์ Head of Wealth Planning and Family Office ธนาคารไทยพาณิชย์  กล่าวในหัวข้อ Bridging Legacy & Property Asset  ว่า กระบวนการในด้านการสร้าง การรักษา และการส่งต่อ Wealth และธุรกิจครอบครัว ให้แก่ ทายาทเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องบริหารจัดการ รวมทั้งต้องวางแผนเพื่อให้การส่งต่อ Wealth และธุรกิจครอบครัว เป็นไปอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนในรูปแบบ Family Wealth Planning เป็นการให้คำแนะนำแก่สมาชิกครอบครัวในทุกช่วงวัย และทุกGeneration  ในด้านการจัดประเภททรัพย์สินเพื่อการส่งต่อผ่านการทำบัญชีทรัพย์สิน (List of Assets) การบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์ การวางรากฐานโครงสร้างธุรกิจครอบครัว การหล่อหลอมทายาทในครอบครัว การหาความต้องการที่แท้จริงของครอบครัวที่ถือได้ว่าเป็น Family Centric การสร้าง Journey ระหว่างสมาชิกในครอบครัวเพื่อให้เกิดเป็น DNA ที่เป็นแนวคิดของครอบครัว การจัดทำธรรมนูญครอบครัว การใช้กลไกการระงับข้อพิพาทโดยทางเลือก (Alternative Dispute Resolution) การดูแลและจัดการทรัพย์สินของครอบครัวผ่านคณะกรรมการการลงทุนของครอบครัวและผ่านสภาครอบครัว เป็นต้น โดยสิ่งสำคัญเหล่านี้จะช่วยในการส่งต่อ Legacy และ Property ไปยังทายาทอย่างยั่งยืน
 
นายปกรณ์ เภตรากาศ ผู้อำนวยการอาวุโส  ผู้บริหารฝ่าย Wealth Lending  Product ธนาคารไทยพาณิชย์  กล่าวว่า Property Backed Loan หรือสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ เนื่องจากช่วยให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถนำที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองอยู่มาเปลี่ยนเป็นแหล่งเงินทุน โดยยังคงถือครองทรัพย์สินดังกล่าวไว้ได้ ไม่จำเป็นต้องขายในช่วงที่ตลาดยังไม่เอื้ออำนวย เงินทุนที่ได้รับสามารถนำไปต่อยอดการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Private Fund, Infrastructure Fund, REITs หรือการลงทุนในตลาดทุนต่างประเทศ  ที่อยู่ภายใต้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่ม SCBX เพี่อช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงโอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพ มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีได้เพิ่มการเติบโตของพอร์ตลงทุน 
 
นอกจากนี้ SCB WEALTH ยังมีบริการ Lombard Loan ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น หุ้นกู้ หรือกองทุนรวม เป็นหลักประกัน ช่วยให้ลูกค้าสามารถดำเนินกลยุทธ์ Stay Invested ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องขายหลักทรัพย์ที่ถือครองอยู่ เช่น ลูกค้าสามารถนำหลักทรัพย์ ในCore Portfolio มาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอวงเงินสินเชื่อ และนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนหรือกระจายความเสี่ยงเพิ่มเติมได้ โดยยังคงรักษาโอกาสการเติบโตของพอร์ตการลงทุนเดิมไว้ในระยะยาว โดยมองว่าในยุคที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง การบริหารสินทรัพย์ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการถือครองเท่านั้น  แต่ต้องสามารถสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินที่มีอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง Wealth Lending จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือเพิ่มสภาพคล่อง แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และเปิดโอกาสสู่การลงทุนที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของความมั่งคั่งในระยะยาวอย่างยั่งยืน
     
คำเตือน 
• ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
• กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
• ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
• สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  SCB Call Center โทร.02-777-7777
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 ก.ค. 2569 เวลา : 12:22:31
10-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 10, 2026, 2:00 am