เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Country Income Classifications รายได้เท่าไหร่ถึงจะเป็น "High Income Country"


 

ธนาคารโลกแบ่งประเทศออกเป็น 4 กลุ่มรายได้ โดยใช้ GNI per capita (Atlas Method) เป็นเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อใช้เปรียบเทียบระดับการพัฒนาและติดตามความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศทั่วโลก
 
• การก้าวสู่ High-Income Country ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเติบโตของ GDP เพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนความสามารถในการเพิ่มรายได้เฉลี่ยของประชากร ยกระดับผลิตภาพ และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
 
• ปี 2026 มี 6 ประเทศเลื่อนชั้น และไม่มีประเทศใดตกชั้น โดยแต่ละประเทศก้าวสู่กลุ่มรายได้ใหม่จากปัจจัยที่แตกต่างกัน ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การฟื้นตัวหลังวิกฤต และการปรับปรุงข้อมูลสถิติ
 
• ประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่ม Upper-middle-income Economy ด้วย GNI per capita 7,690 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ำกว่าเกณฑ์ประเทศรายได้สูงที่ ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐฯ
 
• แบบจำลองภายใต้สมมติฐานการเติบโตในอัตราเดิมชี้ว่า ไทยอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 17 ปีจึงจะก้าวสู่ High-Income Economy ขณะที่เวียดนามอาจใช้เวลาเพียงประมาณ 14 ปี
 
หลายคนอาจคิดว่า หากเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง ประเทศก็จะกลายเป็น "ประเทศรายได้สูง" ในที่สุด
 
ล่าสุด เวียดนามเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบน ทำให้หลายคนมองว่า หาก GDP เติบโตต่อเนื่อง ประเทศก็จะสามารถขยับขึ้นสู่ประเทศรายได้สูงได้ในที่สุด
 
แต่ในความเป็นจริง การก้าวสู่ High Income Country ไม่ได้ตัดสินจากอัตราการเติบโตของ GDP เพียงอย่างเดียว
 
ทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี ธนาคารโลก (World Bank) จะประกาศการจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ใหม่ โดยใช้ รายได้ประชาชาติต่อหัว (Gross National Income per capita: GNI per capita) เป็นตัวชี้วัดหลัก
 
การประกาศครั้งล่าสุดมีประเทศที่ได้รับการเลื่อนชั้นถึง 6 ประเทศ ขณะที่ประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบนเช่นเดิม
 
หลายคนจึงตั้งคำถามว่า
"เศรษฐกิจโตหรือไม่"
"ประเทศสร้างรายได้ให้ประชาชนได้มากพอหรือยัง"
 
และคำถามที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอเพราะไทยยังอยู่จุดเดิมมาหลายปี  คือ
"ประเทศไทยจะเป็นประเทศรายได้สูงเมื่อไร?"
 
ทำไมธนาคารโลกต้องแบ่งประเทศตามระดับรายได้
 
ธนาคารโลกเริ่มจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีระดับการพัฒนาแตกต่างกัน ก่อนจะพัฒนาระบบดังกล่าวให้เป็นรูปแบบปัจจุบันในปี 1989
 
การจัดกลุ่มนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดอันดับว่าประเทศใด "เจริญกว่า" ประเทศอื่น แต่เพื่อให้รัฐบาล นักวิจัย นักลงทุน และองค์กรระหว่างประเทศสามารถเปรียบเทียบข้อมูล วิเคราะห์เศรษฐกิจ และกำหนดนโยบายบนมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงใช้ประกอบการพิจารณาความช่วยเหลือและการให้กู้ยืมของธนาคารโลกในบางโครงการ
 
ดังนั้น "ประเทศรายได้สูง" จึงไม่ได้หมายความว่าเป็น "ประเทศพัฒนาแล้ว" เสมอไป เพราะการพัฒนายังขึ้นอยู่กับคุณภาพการศึกษา นวัตกรรม คุณภาพชีวิต ความเหลื่อมล้ำ และคุณภาพของสถาบันทางเศรษฐกิจและการเมืองด้วย
 
เกณฑ์การเป็น High Income Country
 
ธนาคารโลกใช้ GNI per capita เป็นตัวชี้วัดหลัก โดยคำนวณด้วย Atlas Method ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้สามารถเปรียบเทียบรายได้ระหว่างประเทศได้อย่างเหมาะสม
 
เกณฑ์รายได้จะปรับทุกวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี โดยอ้างอิงการเปลี่ยนแปลงของ SDR Deflator ซึ่งสะท้อนเงินเฟ้อของประเทศในตะกร้า SDR ของ IMF ทำให้เกณฑ์สามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามภาวะเศรษฐกิจโลก
 
สำหรับการจัดกลุ่มที่มีผลระหว่าง 1 กรกฎาคม 2026 – 30 มิถุนายน 2027 (อ้างอิงข้อมูลปี 2025) แบ่งประเทศออกเป็น 4 กลุ่ม ตามระดับ GNI per capita ได้แก่
 
• Low-Income: ไม่เกิน 1,175 ดอลลาร์สหรัฐฯ
• Lower-Middle-Income: 1,176–4,635 ดอลลาร์สหรัฐฯ
• Upper-Middle-Income: 4,636–14,375 ดอลลาร์สหรัฐฯ
• High-Income: มากกว่า 14,375 ดอลลาร์สหรัฐฯ
 
ปีนี้มีใคร "เลื่อนชั้น" บ้าง
 
ปี 2026 ธนาคารโลกประกาศให้ 6 ประเทศ เลื่อนขึ้นสู่กลุ่มรายได้ที่สูงกว่า และไม่มีประเทศใดถูกปรับลดกลุ่มรายได้
 
เลื่อนจากประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง → ประเทศรายได้ปานกลางระดับบน
เวียดนาม (4,970 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
ฟิลิปปินส์ (4,850 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
จอร์แดน (5,260 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
ไมโครนีเซีย (4,760 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
ศรีลังกา (4,670 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
 
เลื่อนจากประเทศรายได้ต่ำ → ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง
???????? โตโก (1,350 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้ง 6 ประเทศไม่ได้ใช้ "สูตรเดียวกัน" ในการเลื่อนชั้น
 
เวียดนามอาศัยการเติบโตของภาคการส่งออก
ฟิลิปปินส์ขยายตัวจากหลายภาคเศรษฐกิจ
ศรีลังกาฟื้นตัวหลังวิกฤตเศรษฐกิจ
ขณะที่จอร์แดนและโตโกได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับปรุงข้อมูลสถิติและบัญชีประชาชาติ
 
แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหน?
 
ประเทศไทยใช้เวลาถึง 23 ปี ในการขยับจาก Lower-middle-income Economy สู่ Upper-middle-income Economy ก่อนจะเลื่อนชั้นได้ในปี 2011
 
ในขณะที่เวียดนามใช้เวลาเพียง 15 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นสู่ Upper-middle-income Economy ได้ สะท้อนถึงความแตกต่างของความเร็วในการเติบโตของรายได้ต่อหัวในช่วงที่ผ่านมา
 
อย่างไรก็ตาม การก้าวจาก Upper-middle-income ไปสู่ High-Income Economy เป็นความท้าทายที่ยากกว่า เพราะต้องอาศัยการยกระดับผลิตภาพ นวัตกรรม และโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงการเติบโตของรายได้ในระยะสั้น
 
รายงาน World Development Report 2024 ของธนาคารโลกระบุว่า ตั้งแต่ปี 1990 มีเพียง 34 ประเทศ เท่านั้นที่สามารถก้าวสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงได้ ขณะที่อีกกว่า 100 ประเทศ ยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง และหลายประเทศอาจต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษ หากยังเติบโตในอัตราเดิม
 
หากไทยและเวียดนามเติบโตในอัตราเดิม
 
ปัจจุบัน ไทยมี GNI per capita (Atlas Method) อยู่ที่ 7,690 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เกณฑ์ขั้นต่ำของการเป็น High-Income Economy อยู่ที่ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสูงกว่าระดับปัจจุบันของไทยประมาณ 6,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน
 
หากสมมติให้ GNI per capita ของทั้งสองประเทศเติบโตในอัตราเฉลี่ย (CAGR) เท่ากับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยประเทศไทยเติบโต 3.7% ต่อปี และเวียดนาม 7.6% ต่อปี เวียดนามมีแนวโน้มจะแซงไทยในอีกประมาณ 11 ปีข้างหน้า (ปี 2037)
 
และภายใต้เกณฑ์ปัจจุบันของธนาคารโลก เวียดนามจะก้าวสู่ High-Income Economy ได้ประมาณ ปี 2040 ขณะที่ประเทศไทยจะก้าวข้ามเกณฑ์ดังกล่าวใน ปี 2043 หรือช้ากว่าประมาณ 3 ปี
 
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียง Scenario Analysis ที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอัตราการเติบโตในอดีตจะดำเนินต่อไป ในความเป็นจริง ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงได้จากผลิตภาพแรงงาน การลงทุน นโยบายเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากร ภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงเกณฑ์การจัดกลุ่มรายได้ของธนาคารโลกที่มีการปรับทุกปี
 
แม้แบบจำลองนี้จะไม่ได้มีไว้เพื่อทำนายอนาคต แต่ก็สะท้อนว่า ความได้เปรียบจากการมีรายได้สูงกว่าในวันนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากอีกประเทศสามารถยกระดับผลิตภาพและรักษาการเติบโตของรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง นี่คือหัวใจของการก้าวข้าม กับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)
 
บทสรุป: "รายได้สูง" คือจุดหมาย แต่ไม่ใช่เส้นชัย
 
การจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ของธนาคารโลก เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้สะท้อนระดับรายได้เฉลี่ยของประชากร ไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่าประเทศใด "พัฒนาแล้ว" หรือ "เจริญกว่า" ประเทศอื่น
 
สำหรับประเทศไทย การก้าวสู่ High Income Country จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อให้ตัวเลข GNI per capita ข้ามเส้นที่ธนาคารโลกกำหนด แต่เป็นผลลัพธ์ของเศรษฐกิจที่สามารถสร้างผลิตภาพ นวัตกรรม และมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น พร้อมกับยกระดับรายได้ของประชาชนในวงกว้าง
 
การเป็น "ประเทศรายได้สูง" อาจเป็นหมุดหมายหนึ่งของการพัฒนา แต่สิ่งที่จะกำหนดอนาคตของประเทศไทยจริง ๆ คือ ความสามารถในการยกระดับผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และทำให้รายได้ของประชาชนเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะนั่นต่างหากคือรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 ก.ค. 2569 เวลา : 17:42:40
09-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 9, 2026, 7:27 pm