
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก จัดกิจกรรมเก็บขยะเนื่องในวันมหาสมุทรโลก ประจำปี 2569 โดยสามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น 8 ตัน ครอบคลุมพื้นที่ในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ผ่านการรวมพลังพนักงานและอาสาสมัครเกือบ 200 คน จากบริษัทในเครือและแบรนด์ต่างๆ ของไทยยูเนี่ยนทั่วโลก โดยอาสาสมัครได้ร่วมลงพื้นที่เก็บขยะตามป่าชายเลน ชายหาด ท่าเรือ และแหล่งน้ำ
กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยยูเนี่ยนในการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ซึ่งเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืนระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยไทยยูเนี่ยนได้ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและมหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2573
ในปีนี้ พื้นที่ที่เก็บขยะได้มากที่สุดคือเมืองเทมา ประเทศกานา ซึ่งอาสาสมัครจากไทยยูเนี่ยนได้ร่วมกับโรงพยาบาล Tema General Hospital ในการเก็บขยะจำนวนกว่า 5,300 กิโลกรัม ขณะที่กิจกรรมฟื้นฟูระบบนิเวศและเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาคร สามารถป้องกันไม่ให้ขยะไหลลงสู่ทะเลได้เป็นจำนวน 2,455 กิโลกรัม นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังได้จัดกิจกรรมดังกล่าวในอีกหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ เซเชลส์ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ สหราชอาณาจักร อิตาลี นอร์เวย์ และสหรัฐอเมริกา

นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลเป็นประเด็นระดับโลกที่ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน และการรับมือกับปัญหาดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความรับผิดชอบของคนใดคนหนึ่ง ซึ่งที่ไทยยูเนี่ยน นี่คือมาตรฐานที่เรายึดมั่นมาอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 กิจกรรมเก็บขยะในครั้งนี้สะท้อนความพยายามของเราในการเปลี่ยนคำมั่นสัญญาด้านความยั่งยืนให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริง ขยะทุกกิโลกรัมที่เราสามารถกำจัดออกจากพื้นที่ป่าชายเลน ท่าเรือ หรือชายหาด คือการตัดวงจรไม่ให้ขยะเหล่านี้หลุดรอดลงสู่มหาสมุทรของเรา"
ขยะทั้งหมดที่จัดเก็บได้จะถูกนำมาคัดแยกและบันทึกข้อมูลตามแนวทางของ International Coastal Cleanup (ICC) โดยขยะที่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกส่งต่อให้แก่พันธมิตรด้านการจัดการขยะในพื้นที่เพื่อนำไปแปรรูป ส่วนขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธีผ่านช่องทางการจัดการขยะที่ได้รับการรับรอง
แนวคิดที่ว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนคือหัวใจสำคัญในการร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการทำงานของไทยยูเนี่ยนร่วมกับชุมชนประมงชายฝั่งภาคใต้ โดยในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง บริษัทได้ร่วมมือกับสมาคมรักษ์ทะเลไทย (Thai Sea Watch Association) และชุมชนในท้องถิ่นกว่า 80 ครัวเรือน ในการดำเนินโครงการระยะเวลา 18 เดือน เพื่อขับเคลื่อนโมเดลธนาคารขยะชุมชนและกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้ขยะไหลลงสู่ทะเล โครงการนี้ถือเป็นภาพสะท้อนของแนวคิด 'จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ' (source-to-sea) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของแนวทางการจัดการปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทรอย่างยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน
แนวคิด source-to-sea นี้ ยังเป็นแนวทางที่ไทยยูเนี่ยนนำมาใช้ในการดำเนินงานในส่วนต้นน้ำ เพื่อจัดการกับอุปกรณ์ประมง ซึ่งเป็นหนึ่งในขยะทะเลที่สร้างผลกระทบรุนแรงที่สุด องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ระบุว่า ในแต่ละปีมีอุปกรณ์ประมงที่สูญหายหรือถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทร (ghost gear) ทั่วโลกมากถึง 1 ล้านตัน ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นความท้าทายในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งไทยยูเนี่ยนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ Global Ghost Gear Initiative ตั้งแต่ปี 2561 และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ร่วมก่อตั้ง International Seafood Sustainability Foundation (ISSF) เพื่อสนับสนุนความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์และองค์กรพันธมิตร ในการยกระดับมาตรฐานอุปกรณ์ประมงและแนวปฏิบัติของเรือประมง
ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 ไทยยูเนี่ยนยังคงขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการลดขยะพลาสติกในทะเล การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานของบริษัท การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนชุมชนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทะเล
ข่าวเด่น