SME D Bank เผยผลดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 เติบโตทุกมิติ ชูแนวทาง "ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ" สอดคล้องนโยบายรัฐบาล หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 12% สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.87 แสนล้านบาท รักษาการจ้างงานกว่า 5.4 แสนราย บริหาร NPLs มีประสิทธิภาพ เหลือเพียง 7.56% และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการกว่า 5 พันราย ครึ่งปีหลังลุยช่วยต่อเนื่อง หนุนเอสเอ็มอีปรับเปลี่ยนสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม - มิถุนายน) ของปี 2569 ท่ามกลางปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งแนวโน้มราคาพลังงานผันผวน ต้นทุนของผู้ประกอบธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ภัยธรรมชาติ และสงครามยังไม่มีความแน่นอน ทว่า SME D Bank ยังสามารถสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 40,936 ล้านบาท สูงขึ้นประมาณ 12.42% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (2568) ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินกู้ไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย ช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 187,486 ล้านบาท ช่วยรักษาการจ้างงานกว่า 544,593 ราย อีกทั้ง สามารถผลักดันยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) อยู่ที่ประมาณ 101,028 ล้านบาท สูงขึ้นกว่า 4.48% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผลการดำเนินงานของ SME D Bank ในครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตสวนทางภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว รวมถึง สูงกว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีในระบบสถาบันการเงินทั่วไป เนื่องจาก SME D Bank มีนโยบายชัดเจนที่่จะเป็น "ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ" คอยเคียงข้างเป็นลมใต้ปีกช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการดูแลเอสเอ็มอีอย่างใกล้ชิด อีกทั้ง มีการสื่อสารชัดเจนตั้งแต่ระดับบริหารจนถึงระดับปฏิบัติการ ช่วยให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนั้น ปรับปรุง ระเบียบ คำสั่ง ที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้ และหลักประกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากยิ่งขึ้น
ขณะที่ ด้าน “การพัฒนา” ช่วยยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 5,243 ราย เน้นด้านสนับสนุนการตลาดยุคใหม่ ส่งเสริมใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม - AI เพิ่มรายได้ บัญชีการเงิน รวมถึง ลดต้นทุน ส่งเสริมใช้พลังงานสะอาด สร้างการเติบโตยั่งยืน ผ่านกิจกรรม Onsite ควบคู่ Online เช่น จัดงาน “TikTok Live Commerce EXPO 2026” นำ Influencer และ KOL มารีวิวและขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จัดตลาด SME D Market ให้ผู้ประกอบการออกบูธฟรี รวมถึง มีกระบวนการพัฒนาทักษะ Upskill-Reskill ด้วยแพลตฟอร์ม DX (dx.smebank.co.th) ใช้บริการสะดวกสบาย ทุกที่ ตลอด 24 ชม. เน้นหลักสูตรสำคัญ เช่น การทำตลาดด้วย AI การบริหารต้นทุนการเงิน และเตรียมพร้อมสู่แหล่งทุน เป็นต้น โดยมีผู้ประกอบการสมัครสมาชิกและใช้บริการแพลตฟอร์ม DX แล้วกว่า 11,165 ราย สูงขึ้นกว่า 15.47% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดสมาชิกสะสมรวมกว่า 56,538 ราย
อีกทั้ง ให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ประคับประคองและพลิกฟื้นปรับปรุงกิจการกว่า 11,697 ราย คิดเป็นวงเงินกว่า 23,649 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมบริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) มีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2569 อยู่ที่ประมาณ 7.56% โดยแบ่งเป็น NPLs ก่อนปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 5.08% และเป็น NPLs หลังปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 2.48% อีกทั้ง ให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio) หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 166.69% สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร
นายพิชิต กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการทำงานของ SME D Bank ในครึ่งปีหลัง มุ่งสานต่อความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง เน้นใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร เกษตรแปรรูป และ Wellness สอดคล้องนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับเศรษฐกิจใหม่ตามแนวทางสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการทำงานใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ “1.มิติเข้าถึงแหล่งทุน” สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ประกอบด้วยสินเชื่อ SME Green Productivity, สินเชื่อ ปลุกพลัง SME และ สินเชื่อ Beyondติดปีก SME ช่วยเสริมสภาพคล่อง ยกระดับธุรกิจ และปรับเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด “2.มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” Upskill-Reskill ผ่านกิจกรรมทั้ง Onsite ควบคู่ Online เน้นยกระดับเสริมศักยภาพ เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และปรับสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน และ“3.มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง” ผ่านแนวทาง 3 ลด ได้แก่ 1. ลดเงินต้น 2. ลดอัตราดอกเบี้ย และ 3. ลดค่างวด โดยธนาคารจะพิจารณาตามความสามารถของกิจการ ช่วยให้ผู้ประกอบการลดภาระการเงิน รักษาการจ้างงาน ธุรกิจอยู่รอด และเดินหน้าต่อได้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับการสนับสนุนในทุกมิติ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
ข่าวเด่น