
จากการสำรวจประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ประชาชนมีความตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจ ในอนาคตข้างหน้าลดลง จากร้อยละ 53.9 เป็นร้อยละ 52.7 โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 64.3 ระบุว่าสาเหตุที่ไม่กล้าเริ่มต้นธุรกิจของตัวท่านเองเพราะว่าไม่มีเงินทุนมากพอ
กรุงเทพโพลล์ร่วมกับคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “คนไทยคิดอย่างไรกับโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2569” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,122 คน พบว่า
การสำรวจความเห็นเกี่ยวกับจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ (เจ้าของธุรกิจ) ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยได้ทำการเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งที่ผ่านมา (ช่วงเดือน พ.ค. 2569) ในประเด็นต่างๆ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.7 เห็นโอกาสหรือความพร้อมสำหรับการริเริ่มธุรกิจในอนาคต (ลดลงร้อยละ 1.2) รองลงมาคือ มีความตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจ ในอนาคตข้างหน้า คิดเป็นร้อยละ 50.9 (ลดลงร้อยละ 2.6) และมีความรู้ความสามารถรวมถึงทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นในการที่จะเริ่มทำธุรกิจใหม่ คิดเป็นร้อยละ 42.8 (ลดลงร้อยละ 14.2) ขณะที่เห็นว่าไม่อยากลงทุนทำธุรกิจเพราะกลัวความล้มเหลว คิดเป็นร้อยละ 69.5 (ลดลงร้อยละ 0.8)
ทั้งนี้สาเหตุที่ไม่กล้าเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 64.3 ไม่มีเงินทุนมากพอ รองลงมาคือ กลัวล้มเหลว กลัวขาดทุน คิดเป็นร้อยละ 55.3 ปัญหาเงินเฟ้อในปัจจุบัน ค่าครองชีพสูง คิดเป็นร้อยละ 49.3 ขาดความรู้ ความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจ คิดเป็นร้อยละ 37.9 และไม่รู้ว่าตัวเองจะทำธุรกิจอะไรดี คิดเป็นร้อยละ 35.0
โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ
เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจของคนไทยประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ในประเด็นต่างๆ รวมถึงเหตุผลที่ทำให้ไม่กล้าเริ่มธุรกิจเป็นของตนเอง ทั้งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชนให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
ประชากรที่สนใจศึกษา
การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยการสอบถามแบบออนไลน์ แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error)
การประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน ± 3 ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
วิธีการรวบรวมข้อมูล
ใช้การเก็บแบบสอบถามออนไลน์ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอนประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) จากนั้นจึงนำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล : 13 – 20 กรกฎาคม 2569
วันที่เผยแพร่ผลการสำรวจ : 25 กรกฎาคม 2569
ข่าวเด่น