
EXIM BANK จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตร "EXIM 2X" รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569 จำนวน 34 ราย ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการ SMEs กลุ่ม Gen Y ให้ก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกที่แข็งแกร่ง พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีการค้าโลก โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรครั้งนี้ พร้อมด้วย ดร.ชัยชาญ เจริญสุข ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และนายรชตพงศ สุขสงวน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK

นายรชตพงศ สุขสงวน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ริเริ่มหลักสูตรนี้ตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs Gen Y ทั้งเจ้าของธุรกิจและทายาทธุรกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทยที่มีสัดส่วนผู้ประกอบการที่ผันตัวเป็นผู้ส่งออกน้อยกว่า 1% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งประเทศ หรือคิดเป็นเพียง 23,000 ราย จากผู้ประกอบการไทยทั้งหมด 3.2 ล้านราย ทั้งที่ตลาดต่างประเทศมีศักยภาพและกำลังซื้อสูงกว่าตลาดในประเทศ
นายรชตพงศกล่าวว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกได้นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคุณภาพสินค้า แต่ยังรวมถึงการขาดองค์ความรู้ด้านการส่งออก ความเข้าใจตลาดต่างประเทศ เครือข่ายคู่ค้า เงินทุน เครื่องมือบริหารความเสี่ยง และความสามารถในการปรับตัวต่อกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) ที่สามารถส่งออกได้อย่างต่อเนื่องมีจำนวนลดลงถึงประมาณ 72%
ในการดำเนินงานเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว EXIM BANK ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน สนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจรใน 3 มิติ ได้แก่
1. เสริม องค์ความรู้และทักษะด้านการส่งออก ครอบคลุมการวางแผนธุรกิจ กลยุทธ์การเข้าถึงตลาดต่างประเทศ โลจิสติกส์ การบริหารธุรกิจตามหลัก ESG และมาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญา
2. สร้าง โอกาสทางการค้าและเครือข่ายธุรกิจ ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
3. สนับสนุน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้า ด้วยวงเงินสินเชื่อเสริมสภาพคล่องสูงสุด 100 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.59% ต่อปี ความคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศสูงสุด 10 ล้านบาท และบริการประกันส่งออก "EXIM for Small Biz" วงเงินรับประกันสูงสุด 2 ล้านบาทต่อกรมธรรม์ คุ้มครองความเสียหายสูงสุด 70% ของมูลค่าความเสียหายกรณีไม่ได้รับชำระค่าสินค้า
จากการดำเนินหลักสูตร EXIM 2X ทั้ง 2 รุ่น มีผู้ประกอบการผ่านการพัฒนาศักยภาพรวมกว่า 70 ราย พร้อมก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการรุ่นต่อรุ่น รวมถึงพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ในด้านการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้า หลักสูตรได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อจากตลาดจีน อินเดีย และอาเซียน รวมจำนวนคู่เจรจากว่า 90 คู่ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะคู่ค้า ทดสอบตลาด และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต ขณะเดียวกัน EXIM BANK ได้สนับสนุนวงเงินสินเชื่อและการประกันการส่งออกแก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 544 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงทางการค้า และสร้างความพร้อมในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
“หากประเทศไทยต้องการเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกจากระดับไม่ถึง 1% ในปัจจุบัน การพัฒนาผู้ประกอบการให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกจำเป็นต้องอาศัยไม่เพียงเงินทุน แต่รวมถึงองค์ความรู้ เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นแนวทางที่ EXIM BANK และพันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม” นายรชตพงศ กล่าว
ทั้งนี้ ในโอกาสนี้ได้มีการเสวนาหัวข้อ “พลิกวิกฤตสู่โอกาส เคล็ดลับความสำเร็จผู้ส่งออกไทยในธุรกิจที่ยั่งยืน” โดย ดร.พรพันธ์ พรมวัง ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาค บริษัท เอเซีย แปซิฟิค คอสเมติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางไทยที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ แบรนด์ IN2IT (อินทูอิท) และนายจรัสภล รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารแบบครบวงจร
ข่าวเด่น