.jpg)
ภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ยังคงสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติเดือนกรกฎาคม 2569 พบคดีโกงออนไลน์มากกว่า 25,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 961 ล้านบาท แม้คดีหลอกลวงด้านสินค้าและบริการจะมีจำนวนมากที่สุด แต่คดีที่สร้างความเสียหายทางการเงินสูงสุดคือ “การหลอกลวงโดยแอบอ้างบุคคลอื่น” ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 263 ล้านบาท
ท่ามกลางรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนขึ้น “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “วัยเก๋าเท่าทันโลก” ให้ความรู้ด้านการเงินและการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ณ ที่ทำการชุมชนรุ่งมณีพัฒนา รามคำแหง 39 เพื่อเสริมทักษะให้ผู้สูงวัยสามารถบริหารเงินออมและรายได้หลังเกษียณ วางแผนค่าใช้จ่าย และรู้เท่าทันกลโกงที่อาจสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงทางการเงิน โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนกว่า 50 คน
แม้คำเตือนเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลิงก์ปลอม หรือการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความเสียหายยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะการหลอกลวงในปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงความไม่รู้ แต่มักสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อตกใจ หวาดกลัว หรือถูกกดดันจนต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้สูงวัย ซึ่งอาจตกเป็นเป้าของการหลอกลวงผ่านการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สถาบันการเงิน หรือบุคคลใกล้ตัว เพื่อให้โอนเงิน เปิดเผยข้อมูล หรือทำรายการทางการเงินโดยไม่ทันตรวจสอบ
สำหรับผู้ที่เข้าสู่วัยเกษียณ ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้หมายถึงเพียงการมีเงินออมเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ยังรวมถึงการวางแผนใช้เงินอย่างเหมาะสม และการป้องกันไม่ให้การตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียวส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ภายในกิจกรรม เคทีซีนำสถานการณ์ใกล้ตัวมาใช้เป็นกรณีศึกษา เพื่อให้ผู้สูงวัยรู้ทันภัยที่พบบ่อย อาทิ การแอบอ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลงทุน และการหลอกให้กดลิงก์ ควบคู่กับการเสริมทักษะด้านการเงินในวัยเกษียณ ทั้ง การวางแผนค่าใช้จ่าย การสำรองเงินฉุกเฉิน และการใช้เงินอย่างมีสติ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่ควรระวังคือ “ความรีบ” ไม่ว่าจะเป็นการบอกให้โอนเงินภายในเวลาที่กำหนด ห้ามวางสาย ห้ามบอกคนในครอบครัว หรือขู่ว่าหากไม่ดำเนินการทันทีจะมีผลทางกฎหมาย เคทีซีจึงแนะนำหลักง่าย ๆ คือ “ไม่รีบเชื่อ ไม่รีบให้ข้อมูล และไม่รีบโอน” เมื่อพบความผิดปกติควรหยุดและตรวจสอบ โดยวางสายและติดต่อกลับไปยังหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง หากรู้ตัวว่ากำลังถูกหลอกหรือได้โอนเงินไปแล้ว ควรหยุดการติดต่อกับมิจฉาชีพ เก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และโทรแจ้งสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) 1441 เพื่อขอความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด
หัวใจสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินไม่ใช่การทำให้ผู้สูงวัยหวาดกลัวจนหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี แต่คือการสร้างหลักคิดที่ช่วยให้สามารถ “หยุดและตรวจสอบ” ได้ด้วยตนเองเมื่อพบสถานการณ์ผิดปกติ เพราะแม้รูปแบบกลโกงจะเปลี่ยนไป แต่วิธีที่มิจฉาชีพยังคงใช้เหมือนเดิมคือการสร้างความน่าเชื่อถือและเร่งให้เหยื่อตัดสินใจก่อนมีโอกาสตรวจสอบ
เคทีซีมุ่งส่งต่อความรู้ด้านการเงินและการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สูงวัยมีทั้งความรู้และหลักคิดที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การวางแผนใช้เงิน การดูแลเงินออม ไปจนถึงการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นใจและรู้เท่าทันภัยทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ข่าวเด่น