การศึกษา-สิ่งแวดล้อม-สาธารณสุข
'ปราจีนเข้มแข็ง' ปักหลักวันที่ 3 คึกคัก เบิกเนตรหุ่นฟางไล่มลพิษ ตอกกลับ ส.ส. - รมต. ยันไม่ถอยจนได้ลายเซ็น 'อนุทิน' ยกเลิก EEC


การชุมนุมคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่วันที่ 3 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชน และ "เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง" ที่ยังคงปักหลักอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ทำพิธี “เบิกเนตรหุ่นฟาง” ขับไล่สิ่งชั่วร้ายและมลพิษอุตสาหกรรม ก่อนออกแถลงการณ์ตอบโต้คำชี้แจงของฝ่ายการเมือง ยืนยันไม่ยุติการชุมนุมจนกว่าจะเห็นคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมลายเซ็นของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด EEC ให้หยุดการขยายพื้นที่มายังปราจีนบุรี

 
ช่วงเช้า เครือข่ายฯ เปิดเวทีทบทวนภาพรวมและบทเรียนจากการเคลื่อนไหวตลอด 2 วันที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างประชาชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ถึงแนวทางการยืนหยัดเรียกร้องสิทธิชุมชน ก่อนที่ช่วงบ่ายจะจัดพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ “เบิกเนตรหุ่นฟาง” เพื่อสื่อถึงการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสะท้อนการปฏิเสธนโยบายที่กลุ่มเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อคนในพื้นที่ 

 
พร้อมกันนี้ ยังเปิดกิจกรรม Free Speech “ชาวปราจีนอยากบอก” ให้ประชาชนเขียนข้อความลงบนผืนผ้าใบ ระบายความอัดอั้นและส่งเสียงสะท้อนถึงผู้มีอำนาจ หลังการลงพื้นที่ของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเครือข่ายฯ เห็นว่ายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อข้อเรียกร้องให้ยุติการขยาย EEC 

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ย้ำข้อเรียกร้องที่ประกาศมาตั้งแต่เริ่มชุมนุมเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 คือให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ลงนามคำสั่งยกเลิกการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี 

 
แถลงการณ์ระบุถึงกรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีในวันที่ 19 สิงหาคม เพื่อติดตามปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและปัญหา EEC ร่วมกับนายอำนาจ วิลาวัลย์ ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 โดยนายสุชาติระบุว่าได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มารับฟังความคิดเห็นและข้อเรียกร้อง พร้อมแจ้งประชาชนว่านายกรัฐมนตรีได้ยกเลิกเรื่องดังกล่าวแล้ว 

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งยืนยันว่า “คำพูดเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ” และจะยอมรับการยุติการขยาย EEC ต่อเมื่อมีคำสั่งจากรัฐบาลเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรเท่านั้น เครือข่ายฯ ยังออกมาตอบโต้กรณีนายอำนาจโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในทำนองว่า เรื่องการขยาย EEC ยังไม่ได้เข้าสู่คณะรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีไม่ได้เดินหน้าขับเคลื่อนต่อ จึงตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีจะลงนามยกเลิกเรื่องที่ยังไม่ได้เข้าสู่ ครม. ได้อย่างไร 

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งชี้แจงว่า กระบวนการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรีได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และบอร์ด EEC มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว โดยอยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อนำกลับเข้าสู่การประชุมบอร์ดพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอเข้าสู่ ครม.  ดังนั้น เครือข่ายฯ เห็นว่า นายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานบอร์ด EEC สามารถเรียกประชุมเพื่อให้บอร์ดมีมติยกเลิกแนวทางขยายพื้นที่ดังกล่าว และลงนามในคำสั่งที่เกี่ยวข้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ก่อน พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงคำยืนยันทางการเมือง แต่คือหลักฐานอย่างเป็นทางการที่มีผลชัดเจน เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งประกาศว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชน และภาคีเครือข่ายจะ “ปักหลักชุมนุมต่อไปอย่างไม่มีกำหนด” จนกว่าจะได้รับเอกสารคำสั่ง “หยุดขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี” ที่สมบูรณ์เป็นลายลักษณ์อักษร และมีการลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 ส.ค. 2569 เวลา : 20:29:03
20-08-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 20, 2026, 5:35 am