เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นใหม่ เน้นเชื่อมโยงมิติ Biodiversity"


• สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมเปิดตัวพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) รุ่นที่ 2 หรือ SLB425A โดยเชื่อมโยงเงื่อนไขทางการเงินของพันธบัตรกับตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Key Performance Indicators: KPIs และ Sustainability Performance Targets: SPTs) ใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และ (2) ความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ธรรมชาติ (Biodiversity and Nature Conservation) สะท้อนการขยายบทบาทของการระดมทุนภาครัฐจากการสนับสนุนเป้าหมายด้าน Climate ไปสู่ Climate + Nature โดยเบื้องต้นกำหนดอายุพันธบัตร 15 ปี และวงเงินเสนอขายประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

• สำหรับ SLB รุ่นที่ 1 (SLB406A) ซึ่งเริ่มออกครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2567 และมีการออกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีวงเงินคงค้างรวม 230,139 ล้านบาท มีการกำหนด KPI ด้านสิ่งแวดล้อม 2 ตัว ได้แก่ การควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (ไม่รวมภาคการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้: LULUCF) ให้ไม่เกิน 388.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2030 และการจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์นั่งและรถกระบะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ หรือ Zero Emission Vehicles (ZEVs) ไม่น้อยกว่า 440,000 คันต่อปีภายในปี 2030

• ขณะที่ SLB รุ่นที่ 2 (SLB425A) กำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้แก่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2035 (รวม LULUCF)  และยกระดับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมโดยเพิ่มการตั้งเป้าสัดส่วนพื้นที่อนุรักษ์นอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) ไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2030 เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจกระยะยาว ซึ่งถือเป็นการนำเป้าหมายด้าน Biodiversity เข้ามาเชื่อมโยงกับตราสารหนี้ภาครัฐอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยจะเชื่อมโยงกับผลการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งสามารถปรับเพิ่ม (Step-up) เมื่อไม่บรรลุเป้าหมาย และปรับลด (Step-down) เมื่อบรรลุเป้าหมายตามเงื่อนไขที่กำหนด

• ทั้งนี้ ผลกระทบสำคัญของการออก SLB รุ่นที่ 2 จะมีนัยสำคัญในการช่วยยกระดับบทบาทไทยด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน จาก Climate สู่ Climate + Nature และทำให้เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศถูกเชื่อมโยงกับต้นทุนทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างแรงจูงใจให้ภาครัฐบรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยขยายฐานนักลงทุน ESG ในตลาดตราสารหนี้ไทย

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 ก.ย. 2569 เวลา : 16:23:33
03-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 3, 2026, 9:26 pm