
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "การชุมนุมทางการเมือง ณ วันนี้" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,149 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2569 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้มากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 สนใจบ้าง แต่ไม่ได้ติดตามรายละเอียด 44.65%
อันดับ 2 สนใจและติดตามอย่างต่อเนื่อง 30.02%
อันดับ 3 ไม่ค่อยสนใจ 17.15%
อันดับ 4 ไม่สนใจ 8.18%
2. ประชาชนคิดว่าประเด็นใดเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การชุมนุมทางการเมือง
อันดับ 1 ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ 69.54%
อันดับ 2 คดีทางการเมือง ฮั้ว สว. 68.76%
อันดับ 3 ความโปร่งใสและการทุจริต 68.32%
3. ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง
อันดับ 1 ช่วยสะท้อนปัญหาที่สังคมควรให้ความสำคัญ 47.95%
อันดับ 2 กระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ 46.74%
อันดับ 3 มีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งหรือความรุนแรง 46.48%
4. ประชาชนคิดว่าการชุมนุมทางการเมืองจะส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองอย่างไร
อันดับ 1 นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด 41.86%
อันดับ 2 ทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มขึ้น 24.98%
อันดับ 3 ไม่น่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น 18.71%
อันดับ 4 อาจทำให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น 14.45%
5. ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ถึงเวลาเหมาะสมที่จะชุมนุมทางการเมืองหรือไม่
อันดับ 1 ยังไม่เหมาะสม 40.56%
อันดับ 2 เหมาะสมแล้ว 35.60%
อันดับ 3 ไม่แน่ใจ 23.84%
* หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
สรุปวิเคราะห์ผลโพล : การชุมนุมทางการเมือง ณ วันนี้
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การชุมนุมทางการเมือง ณ วันนี้” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,149 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ติดตามรายละเอียด ร้อยละ 44.65 รองลงมาคือ สนใจและติดตามอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 30.02 โดยเห็นว่าปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การชุมนุมทางการเมือง คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ร้อยละ 69.54 รองลงมาคือ คดีทางการเมือง ฮั้ว สว. ร้อยละ 68.76 ทั้งนี้มองว่าการชุมนุมทางการเมือง ช่วยสะท้อนปัญหาที่สังคมควรให้ความสำคัญ ร้อยละ 47.95 โดยเห็นว่าการชุมนุมจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ร้อยละ 41.86 สุดท้ายคิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาเหมาะสมที่จะชุมนุมทางการเมือง ร้อยละ 40.56
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า บรรยากาศการเมืองที่มีแรงกดดันสะสมจากทั้งปัญหาปากท้อง และความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง ผลโพลจึงสะท้อนว่าการชุมนุมอาจจะยังไม่ใช่คำตอบในขณะนี้แม้จะเป็นการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย โดยกังวลว่าสถานการณ์อาจนำไปสู่ความไม่ชัดเจนหรือขัดแย้งมากกว่าเป็นทางออก สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ ทุกฝ่ายต้องเร่งแก้ปัญหาที่เป็นต้นเหตุและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เรียกได้ว่าสงบนิ่งที่สุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน สถานการณ์ทางการเมืองไทยกลับเดินเข้าไปสู่จุดที่เรียกว่า ความสงบนิ่ง ทั้งนี้ผลสำรวจพบว่า คนที่สนใจและติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องมีเพียง 30.02% และเชื่อว่าการชุมนุมทางการเมืองจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ชัดเจนว่าจะไปในทิศทางใด และมีเพียง 35.60% ที่เห็นว่าเหมาะสมแล้วที่จะมีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น ในฐานะนักวิชาการทางรัฐศาสตร์ตัวเลขดังกล่าว สะท้อนถึงปัญหาหลักของการเมืองไทยในช่วงระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ที่การเมืองไทยอยู่ในสภาวะลุ่มๆ ดอนๆ มีความขัดแย้งทางการเมืองทั้งจากในและนอกสภา ส่งผลให้การเมืองไร้เสถียรภาพ ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายและสิ้นหวังกับผู้นำทางการเมือง สิ่งเหล่านี้คงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะได้นำเอาผลโพลในครั้งนี้ไปขบคิด มิใช่บริหารประเทศแบบทำงานประจำไปวัน ๆ โดยมิได้สนใจความเดือดร้อนของประชาชนในเวลานี้ เพราะนั่นเท่ากับว่าความสงบนิ่ง อาจแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการบ่อนทำลายความชอบธรรม (legitimacy) ของรัฐบาลจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้ตนเองบริหารประเทศต่อไปได้ และการเมืองไทยก็อาจวนกลับมาสู่การนับหนึ่งใหม่อีกครั้งก็เป็นได้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ข่าวเด่น