การศึกษา-สิ่งแวดล้อม-สาธารณสุข
Sandoz ประเทศไทย จับมือ สภาเภสัชกรรม และ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย สนับสนุนการให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ


ปัญหาเชื้อดื้อยา (AMR) มีส่วนทำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศไทยมากกว่า 38,000 รายต่อปี และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปีความร่วมมือระยะเวลา 2 ปีนี้เป็นการผนึกกำลังความเชี่ยวชาญจากทั้ง 3 องค์กร มีจุดประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม
โครงการนี้สนับสนุนแผนปฏิบัติการแห่งชาติฉบับที่ 2 ของประเทศไทยว่าด้วยการต่อต้านการดื้อยาต้านจุลชีพ ปี พ.ศ. 2566 - 2570 ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการยาต้านจุลชีพและการเสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาเชื้อดื้อยาให้มากขึ้น

Sandoz (SIX:SDZ/OTCQX:SDZNY) ผู้นำระดับโลกด้านยาในราคาที่เข้าถึงได้ ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับสภาเภสัชกรรม และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) ความร่วมมือระยะเวลาสองปีนี้เป็นการผนึกกำลังความเชี่ยวชาญของทั้ง 3 องค์กรเพื่อสนับสนุนการให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และดำเนินกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ปัญหาเชื้อดื้อยามีส่วนทำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศไทยมากกว่า 38,000 รายต่อปี และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนของปัญหาและความสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบสาธารณสุขเพื่อรับมือกับปัญหาเชื้อดื้อยา อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนแผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 - 2570 ของประเทศไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุสมผลและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเชื้อดื้อยาให้แก่สาธารณชน

 
ผู้แทนจากสภาเภสัชกรรม สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย และ Sandoz ประเทศไทย เข้าร่วมพิธีลงนามในครั้งนี้ โดยมี ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม และ รศ. ภญ.สุณี เลิศสินอุดม เลขาธิการสภาเภสัชกรรม เป็นผู้แทนจากสภาเภสัชกรรม และ รศ. นพ.ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย และ ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล รองนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยเป็นผู้แทนจาก IDAT นอกจากนี้ ยังมีคุณเฟลิกซ์ วันเนอร์ เลขานุการเอก และรองหัวหน้าแผนกการเมืองและเศรษฐกิจ และคุณวิทิตาภรณ์ สังข์ประคอง เจ้าหน้าที่แผนกเศรษฐกิจ จากสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทยเข้าร่วมพิธีด้วย

“ปัญหาเชื้อดื้อยาเป็นความท้าทายที่ซับซ้อนและไม่มีองค์กรใดสามารถรับมือปัญหานี้ได้เพียงลำพัง” อิซาเบล มายา มาร์ติเนซ ผู้บริหาร Sandoz ประเทศไทย กล่าว “เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบและความรุนแรงของปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เรามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามร่วมกันเพื่อช่วยรักษาชีวิตผู้คนกว่า 100,000 คน และป้องกันความสูญเสียทางเศรษฐกิจมูลค่า 1.2 แสนล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2573 โดยการจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในระบบสาธารณสุข การได้ร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมและสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ช่วยให้เราสามารถผสานความเชี่ยวชาญที่เกื้อหนุนกัน ทั้งในด้านเภสัชกรรม โรคติดเชื้อ และการดูแลสุขภาพเข้าด้วยกันได้ ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับเชื้อดื้อยาและการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมได้ง่ายยิ่งขึ้น”

ภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ ทั้งสามองค์กรจะร่วมกันดำเนินโครงการด้านวิชาการและการศึกษาเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้งกิจกรรมการเรียนรู้ในสถานที่จริงและรูปแบบออนไลน์ โดยสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย และสภาเภสัชกรรมจะร่วมให้ข้อมูลและความรู้วิชาการ เช่น การเสนอแนะเนื้อหาและวิทยากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทบทวนความเหมาะสมในเชิงคลินิกของหลักสูตรและกิจกรรมทางการศึกษา นอกจากนี้ ทั้งสามองค์กรจะร่วมกันพัฒนาสื่อการเรียนรู้และดำเนินโครงการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน

โดยจะมีการพัฒนาหลักสูตรอบรมระยะสั้นด้านปัญหาเชื้อดื้อยาสำหรับเภสัชกร โดยมีสภาเภสัชกรรมทำหน้าที่กำกับดูแลและรับรองเนื้อหาของหลักสูตร ผู้เข้าร่วมที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์จะได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ (Continuing Pharmacy Education: CPE) พร้อมประกาศนียบัตรรับรองการผ่านการอบรม ทั้งนี้ โครงการจะได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการสื่อสารของพันธมิตรแต่ละองค์กร และจะมีการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเนื่องในโอกาสสัปดาห์รณรงค์สร้างความตระหนักรู้เรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพโลก (World AMR Awareness Week) ในเดือนพฤศจิกายน

“เภสัชกรเป็นหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ประชาชนเข้ามาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยา และมีความสำคัญในการทำให้เกิดการใช้ยาที่สมเหตุสมผล ” ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม กล่าว “ด้วยบทบาทดังกล่าว เภสัชกรจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประชาชนเข้าใจว่า เมื่อใดควรใช้ยาปฏิชีวนะ และควรใช้อย่างไรจึงเหมาะสม การอบรมที่ได้รับการรับรองนี้จะช่วยให้เภสัชกรพัฒนาความรู้เกี่ยวกับเชื้อดื้อยาอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลประชาชนได้อย่างเหมาะสม สร้างความตระหนักในการป้องกันเชื้อดื้อยาในระดับประเทศต่อไป”

“ปัญหาการดื้อยายังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แพทย์จึงจำเป็นต้องติดตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และองค์ความรู้ล่าสุดอยู่เสมอ” รศ. นพ.ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย กล่าว “การศึกษาอย่างต่อเนื่องและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการเปิดโอกาสให้แพทย์ได้ร่วมอภิปรายหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางคลินิก พร้อมนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วย ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบสุขภาพจึงมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการดื้อยา และสนับสนุนการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม”

Sandoz มีผลิตภัณฑ์ยาปฏิชีวนะมากกว่า 50 รายการในตลาดทั่วโลก ซึ่งรวมถึงยาหลายรายการที่อยู่ในบัญชียาหลักขององค์การอนามัยโลก (WHO Essential Medicines List) และเป็นบริษัทแรกของโลกที่นำยาเพนิซิลลินชนิดรับประทานออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2494 ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านยาปฏิชีวนะสามัญ Sandoz ร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีประสิทธิภาพและลดการแพร่กระจายของปัญหาเชื้อดื้อยา โดยความร่วมมือในวันนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของความร่วมมือดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2569 นี้ Sandoz ยังเฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจที่มีรากฐานจากสวิตเซอร์แลนด์เป็นเวลา 140 ปี และการดำเนินงานด้านยาปฏิชีวนะมายาวนาน 80 ปี

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ก.ย. 2569 เวลา : 19:57:54
21-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 21, 2026, 11:31 pm