การค้า-อุตสาหกรรม
กยท. ประกาศวิสัยทัศน์บนเวที CSCAP 2026 พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานยางยั่งยืนระดับสากล ชู "ตลาด - สิ่งแวดล้อม - รายได้เกษตรกร" ยกระดับยางไทยสู่ Supply chain โลก


 
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมเวที Climate & Sustainability Capital Forum (CSCAP 2026) ประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับอุตสาหกรรมยางไทยจากการปฏิบัติตามข้อกำหนด สู่การสร้างคุณค่าจากทุนธรรมชาติ พร้อมพัฒนามาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล เชื่อมการตรวจสอบย้อนกลับ ความหลากหลายทางชีวภาพ และการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร เสริมความเชื่อมั่นผู้ซื้อ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของยางไทยในตลาดโลก

 
วันนี้ (23 ก.ย. 69) ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ – กยท. นำโดย นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงาน Climate & Sustainability Capital Forum (CSCAP 2026) มุ่งสร้างความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และซัพพลายเชนยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานและภาคธุรกิจจากประเทศต่างๆ เชื่อมโยงมาตรฐานความต้องการของตลาด เสริมโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ นายศันสนะได้ขึ้นแถลงวิสัยทัศน์ “From Compliance to Natural Capital: Thailand’s Pathway for Sustainable Rubber” พร้อมประกาศทิศทางความร่วมมือเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยางไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล

 
นายศันสนะ กล่าวว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางไทยสู่ความยั่งยืน สอดรับกับนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม
เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” ที่มุ่งยกระดับภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรฐานและกติกาการค้าโลก โดยปัจจุบันความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือข้อกำหนดทางการค้าเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการรักษาการเข้าถึงตลาด สร้างความมั่นคงในอาชีพและรายได้ของเกษตรกร ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของอุตสาหกรรมยางไทย กยท. จึงมุ่งขับเคลื่อนภาคยางจากการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) ไปสู่การสร้างคุณค่าจากทุนธรรมชาติ (Natural Capital) เพื่อสร้างอุตสาหกรรมยางที่ยั่งยืน มีความยืดหยุ่น และสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ท่ามกลางความต้องการของผู้ซื้อที่ไม่ได้พิจารณาเพียงราคาและคุณภาพ แต่ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาที่ตรวจสอบได้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และการผลิตที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่ามากขึ้น โดย กยท. วางแนวทางการเปลี่ยนผ่านภาคยางผ่าน 3 กลไกสำคัญที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ 1. Traceability หรือ การตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดและสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า 2. Biodiversity หรือความหลากหลายทางชีวภาพ โดยส่งเสริมการจัดการสวนยางที่ช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์และเพิ่มคุณค่าให้แก่เกษตรกรในระยะยาว และ 3. Climate Action หรือการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อเปลี่ยนการดูแลสิ่งแวดล้อมให้สามารถต่อยอดสู่โอกาสทางเศรษฐกิจและช่องทางรายได้เพิ่มเติมของเกษตรกรรายย่อย โดยทั้ง 3 กลไกจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าทั้งด้านตลาด ธรรมชาติ และสภาพภูมิอากาศควบคู่กันต่อไป

 
นายศันสนะ กล่าวต่อว่า กยท. มีความพร้อมด้านฐานข้อมูลเกษตรกรและข้อมูลแปลงยาง รวมถึงระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ที่รองรับการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของยาง ตั้งแต่ข้อมูลเกษตรกร พิกัดและขอบเขตพื้นที่ปลูก ไปจนถึงการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ และเตรียมความพร้อมของยางไทยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดโลก โดยเฉพาะกฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EUDR อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้ยางไทยเป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดเท่านั้น แต่ กยท. มุ่งนำข้อมูลและระบบดังกล่าวมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรในระยะยาว โดยการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนจะต้องสร้างโอกาสให้เกษตรกร ไม่ใช่เพิ่มภาระหรือข้อกำหนดเพียงอย่างเดียว ทั้งในด้านการรักษาโอกาสทางการตลาด การพัฒนาการจัดการสวนให้มีประสิทธิภาพและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น รวมถึงการต่อยอดสู่โอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติม ภายใต้มาตรฐานและกระบวนการตรวจสอบที่เหมาะสม

 
นายศันสนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. พร้อมร่วมพัฒนามาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลสำหรับอุตสาหกรรมยาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ นักลงทุน และตลาดโลก พร้อมทำงานร่วมกับ AFMA (Agricultural and Food Marketing Association for Asia and the Pacific) และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องในการพัฒนากรอบการดำเนินงาน การประเมิน และการรับรองที่โปร่งใส เป็นธรรม และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยแนวทางดังกล่าวจะคำนึงถึงคุณค่าของภาคยางทั้งน้ำยางธรรมชาติ ไม้ยางพารา ระบบปลูกพืชร่วมในสวนยาง และโอกาสด้านคาร์บอนเครดิต มุ่งให้มาตรฐานความยั่งยืนเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมยางไทยจากฐานการผลิตสำคัญของโลก สู่ห่วงโซ่อุปทานยางที่ยั่งยืน น่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับสากล
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 ก.ย. 2569 เวลา : 22:39:31
23-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 23, 2026, 11:43 pm