แบงก์-นอนแบงก์
EXIM BANK ผนึกกำลังจุฬาฯ และพันธมิตร มอบประกาศนียบัตร China Wealth รุ่นที่ 3 เสริมศักยภาพนักธุรกิจไทยขยายโอกาสในตลาดจีน


ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสถาบันผู้นำตลาดจีน China Wealth รุ่นที่ 3 จำนวน 35 ราย พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การค้าไทย-จีน : ทิศทางและโอกาสใหม่ของภาคธุรกิจไทย” โดยมีนายธนากร เสรีบุรี รองประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ และนายกสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน นายเจ้า เมิ่งเทา ที่ปรึกษาด้านกิจการการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน และรองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายรชตพงศ สุขสงวน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมแสดงความยินดี ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569

 
หลักสูตร China Wealth รุ่นที่ 3 เป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่าง EXIM BANK สมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หอการค้าไทยในจีน และศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่นักธุรกิจและผู้บริหารไทยในการเข้าสู่ตลาดจีน ตลอดจนขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยหลักสูตรผสมผสานองค์ความรู้จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเข้ากับประสบการณ์ตรงของนักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดจีน พร้อมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถพัฒนาแผนธุรกิจที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

 
EXIM BANK ร่วมสนับสนุนหลักสูตรภายใต้บทบาท Export Co-pilot โดยมุ่งเสริมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยตลอดกระบวนการส่งออก ทั้งด้านองค์ความรู้ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ ผ่านบริการให้คำปรึกษา ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ และบริการประกันการส่งออกที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดจีนได้อย่างมั่นใจและเติบโตอย่างยั่งยืน

 
ในโอกาสนี้ ดร.กิริฎากล่าวถึงทิศทางการค้าโลกที่มีแนวโน้มแบ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจมากขึ้น พร้อมนำเสนอยุทธศาสตร์การค้าของไทยภายใต้แนวคิด B-C-D ประกอบด้วย Balanced Trade การรักษาสมดุลทางการค้าและกระจายตลาด Co-integration การสร้างความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าเพื่อเติบโตร่วมกัน และ Develop Value-added การยกระดับสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยระบุถึงโอกาสของผู้ประกอบการไทยในตลาดจีน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป อาหารเพื่อสุขภาพ สินค้าสำหรับผู้สูงวัย เครื่องสำอางไทย (T-Beauty) และธุรกิจบริการ พร้อมเน้นย้ำการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจีน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันไทยสู่การเป็นผู้สร้างความมั่นคงทางอาหารของโลก (Food Security Provider)

 
ด้านนายเจ้า เมิ่งเทา เน้นย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีน พร้อมระบุว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน (ปี 2569-2573) จะสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย ทั้งด้านการขยายตลาด การลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงจีน-สปป.ลาว-ไทย รวมถึงการใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ฉบับปรับปรุง 3.0 (ASEAN-China Free Trade Area 3.0: ACFTA 3.0) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน
 
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 ก.ย. 2569 เวลา : 20:10:51
28-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 28, 2026, 11:06 pm