การศึกษา-สิ่งแวดล้อม-สาธารณสุข
"สกลธี" เผย กมธ.สธ. เกาะติด โครงการ อสพ.ใหม่ หวั่นถูกกล่าวหาโยงการเมืองท้องถิ่น หลังพบอาสา 65% ไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านการสาธารณสุข จี้ สธ.เร่งส่งทีมลงพื้นที่เยียวยาสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วมด่วน


 
นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันนี้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎรได้เชิญกระทรวงสาธารณสุข และตัวแทนวิชาชีพพยาบาล เพื่อมาซักถามและให้ข้อมูลเรื่องนโยบายอาสาพยาบาล (อสพ.) ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากกังวลถึงความซ้ำซ้อนเรื่องงานกับ อสม. และควรจะนำงบประมาณไปบรรจุพยาบาลวิชาชีพที่รอการบรรจุมากกว่า

“จากข้อมูลที่ได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขในฐานะส่วนตัวผมรู้สึกมีความกังวลมาก เพราะเกณฑ์ในการคัดเลือกอาสาพยาบาล (อสพ.) ที่จะรับเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท นั้นกำหนดให้จบปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ โดยถ้าเกี่ยวเนื่องกับวิชาชีพสาธารณสุขจะอบรมน้อยกว่า แต่การคัดเลือกทำโดยการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการ ซึ่งมีสาธารณสุขจังหวัดเป็นประธาน ผมได้แสดงความเป็นห่วง เพราะหลายที่แจ้งมาว่ามีการเมืองท้องถิ่นเช่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ในการคัดเลือกด้วย และเกณฑ์ในการรับก็ใช้การสัมภาษณ์อย่างเดียวเท่านั้น” นายสกลธี กล่าว 

นายสกลธี ย้ำว่า ในส่วนนี้ตนจึงได้ขอให้กระทรวงสาธารณสุข ส่งรายละเอียดองค์ประกอบของคณะกรรมการคัดเลือกทั้ง 76 จังหวัดมาให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบด้วย

“เบื้องต้นในปี 2569 นี้ อสพ. ตามเกณฑ์ใหม่ จะเริ่มทำงานได้วันที่ 1 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ และจะรับตำบลละหนึ่งคนรวมแล้วเป็นจำนวน 7,256 คน เป็นวงเงินจำนวนกว่า 1000 ล้านบาท และในปีที่สองและสาม จะรับต่อเนื่องจนครบประมาณ 70,000 คน โดยจะเป็นงบประมาณที่ใช้ตกปีละประมาณ 13,000 ล้านบาทต่อปี” นายสกลธี กล่าว 

 
นายสกลธี บอกต่อว่า ในส่วนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่าที่ต้องเป็นอาสาพยาบาลเพราะไม่ต้องมีภาระผูกพันในเรื่องการขึ้นเงินเดือน หรือสิทธิ์สวัสดิการต่างๆ ทั้งนี้กรรมาธิการหลายท่านรวมทั้งตนเอง จึงได้ให้ความเห็นว่าแม้พยาบาลวิชาชีพจะมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ประมาณ 18,000 บาท และสิทธิ์การเพิ่มขึ้นตามอายุการทำงาน แต่ในระยะยาวน่าจะคุ้มค่ากว่า เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาตรงจุด เพราะกระทรวงสาธารณสุขเองก็ยังขาดแคลนอัตราของพยาบาลวิชาชีพที่ช่วยแบ่งเบาภาระทางการแพทย์อยู่

ขณะเดียวกัน คณะกรรมมาธิการการสาธารณสุข ยังได้ฝากสำนักงบประมาณที่มาด้วยว่าจะเปรียบเทียบแค่ความคุ้มค่าด้านเงินเดือน 15,000 บาทกับ 18,000 บาทเท่านั้นไม่ได้ ควรจะต้องดูเรื่องผลของงานด้วยเพราะหน้าที่ของอาสาพยาบาลไม่น่าจะมีภาระที่หนีไปจาก อสม.มากนัก ควรเอาเงินทยอยไปจ้างบรรจุพยาบาลวิชาชีพถึงแม้ได้จำนวนน้อยกว่าแต่ประสิทธิภาพอาจจะดีมากกว่า

นายสกลธี ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวตนเองก็ยังกังวลถึงเรื่องความเชื่อมโยงทางการเมืองในการคัดเลือกอสพ.ด้วยเช่นกัน เพราะไม่ได้มีอะไรจะการันตีได้เลยว่าเป็นการเลือกจากความรู้ความสามารถเพียงอย่างเดียว เพราะกังวลว่าอาสาพยาบาลจะถูกกล่าวหาเป็นหัวคะแนนอาสาของนักการเมือง

 
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป แม้ว่าในขั้นตอนแรกนี้จะยับยั้งไม่ได้เพราะงบประมาณได้ผ่านสภาไปแล้ว และที่น่ากังวลคือ 100% ของอัตราอาสาภิบาลที่บรรจุไปแล้ว เป็นบุคคลที่จบปริญญาตรีทั่วไป 65% ปริญญาตรีที่เกี่ยวเนื่องกับการสาธารณสุข 27% และเป็นบุคลากรทางสาธารณสุขที่ผันตัวมาสมัครเพียง 7-8% 

“ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านการสาธารณสุขเลยมากถึง 65% ซึ่งน่ากังวลมาก ผมจึงอยากให้สังคมช่วยกันจับตาโครงการนี้ต่อไปด้วยกัน“นายสกลธี ย้ำ 

นอกจากนี้ นายสกลธี ยังได้เน้นย้ำไปถึงกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งส่งทีมแพทย์ และพยาบาลลงพื้นที่เพื่อเยียวยาและดูแลสุขภาพของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมหนักในครั้งนี้เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากกังวลเรื่องสุขภาพของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ได้แก่ โรคฉี่หนู โรคท้องร่วง โรคเท้าเปื่อย เพราะที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ไม่พบเห็นตัวแทนจากสาธารณสุข ลงพื้นที่ดูแลประชาชนเลย

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 01 ต.ค. 2569 เวลา : 19:26:23
02-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 2, 2026, 2:08 am