
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "น้ำท่วมปี 2569" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,254 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 6-9 ตุลาคม 2569 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ท่านติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงนี้มากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 ติดตามเป็นประจำ 49.84%
อันดับ 2 ติดตามบ้าง 42.50%
อันดับ 3 ไม่ค่อยได้ติดตาม 6.46%
อันดับ 4 ไม่ได้ติดตาม 1.20%
2. ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม ท่านได้รับผลกระทบครั้งนี้อย่างไร
อันดับ 1 ไม่ได้รับผลกระทบ แต่ญาติ/เพื่อน/คนรู้จักได้รับผลกระทบ 28.23%
อันดับ 2 ได้รับผลกระทบทางอ้อม (ไม่ถูกน้ำท่วม แต่เดือดร้อนจากสถานการณ์) 26.80%
อันดับ 3 ได้รับผลกระทบโดยตรง (บ้าน/ที่ทำงาน /พื้นที่ทำกินถูกน้ำท่วม) 24.64%
อันดับ 4 ไม่ได้รับผลกระทบ และคนรอบข้างก็ไม่ได้รับผลกระทบ 20.33%
3. ในภาวะค่าครองชีพสูงประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วม “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 วงเงิน 1,000 บาท” ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของท่านได้มากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 ช่วยได้บ้าง 44.66%
อันดับ 2 ช่วยได้น้อย 25.52%
อันดับ 3 ช่วยได้มาก 12.20%
อันดับ 4 ไม่ช่วยเลย 6.30%
* ไม่ได้ใช้สิทธิ/ไม่มีสิทธิ 11.32%
4. ท่านให้คะแนนการทำงานของบุคคล/หน่วยงานต่อไปนี้ในการรับมือและแก้ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้กี่คะแนน (เต็ม 10 คะแนน)
อันดับ 1 ทหารในพื้นที่ 6.37 คะแนน
อันดับ 2 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 5.44 คะแนน
อันดับ 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 4.74 คะแนน
อันดับ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบภัย 4.63 คะแนน
อันดับ 5 ฝ่ายค้าน 4.56 คะแนน
อันดับ 6 กรมชลประทาน 4.35 คะแนน
อันดับ 7 สส.ในพื้นที่ 4.23 คะแนน
อันดับ 8 กรมอุตุนิยมวิทยา 4.19 คะแนน
อันดับ 9 รัฐบาล 3.34 คะแนน
อันดับ 10 นายกรัฐมนตรี 3.08 คะแนน
5. ท่านคิดว่าอะไรที่ทำให้การรับมือและแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ดีเท่าที่ควร
อันดับ 1 การแจ้งเตือนล่าช้า ไม่ทันการณ์ 74.80%
อันดับ 2 การระบายน้ำล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพ 68.58%
อันดับ 3 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยล่าช้า ไม่ทั่วถึง 63.96%
อันดับ 4 การเยียวยาความเสียหายไม่เพียงพอ ขั้นตอนยุ่งยาก 57.10%
อันดับ 5 การประสานงานระหว่างหน่วยงาน 47.69%
6. ถ้าตัวท่านเองต้องรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ท่านจะทำอย่างไร
อันดับ 1 ช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบภัยให้รวดเร็ว ทั่วถึง 73.05%
อันดับ 2 ขุดลอกคูคลอง ปรับปรุงระบบระบายน้ำ 60.37%
อันดับ 3 เตรียมความพร้อมรับมือล่วงหน้า วางแผนป้องกันระยะยาว 57.66%
อันดับ 4 แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้รวดเร็ว ชัดเจน บอกข้อมูลจริง 53.11%
อันดับ 5 บูรณาการทุกหน่วยงาน ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยแก้ปัญหา 48.01%
* หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
สรุปวิเคราะห์ผลโพล : น้ำท่วมปี 2569
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “น้ำท่วมปี 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,254 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 6-9 ตุลาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำท่วมเป็นประจำ ร้อยละ 49.84 แม้ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ แต่ญาติ/เพื่อน/คนรู้จักได้รับผลกระทบ ร้อยละ 28.23 ในภาวะค่าครองชีพสูงประกอบกับน้ำท่วม มองว่า “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้บ้าง ร้อยละ 44.66 ทั้งนี้ ให้คะแนนการรับมือและแก้ปัญหาน้ำท่วมแก่ทหารในพื้นที่ 6.37 คะแนน ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้ 3.08 คะแนน สิ่งที่ทำให้การรับมือยังไม่ดีเท่าที่ควร คือ การแจ้งเตือนล่าช้า ไม่ทันการณ์ ร้อยละ 74.80 และหากต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยตนเองจะช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบภัยให้รวดเร็ว ทั่วถึง ร้อยละ 73.05
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้นอกจากบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายอย่างมากแล้ว คะแนนที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีได้รับก็เสียหายไม่น้อยเช่นกัน ผลเช่นนี้สะท้อนว่าการรับมือของภาครัฐยังห่างจากความคาดหวังของประชาชน ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อ ความไม่พอใจก็ยิ่งสะสม รัฐบาลจึงต้องเร่งทำให้ประชาชนเห็นว่าความเดือดร้อนของประชาชนได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงโดยเร็ว
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
อาจารย์กรทัศน์ ศุขเฉลิม หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่าเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดเราได้เห็นภาพนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เดินเท้าเปล่าลุยน้ำท่วม และตรวจเยี่ยมชุมชนแฟลตต่าง ๆ ที่รับผลกระทบ แต่ผลโพลกลับชี้ให้เห็นว่าคะแนนการทำงานในการรับมือและแก้ปัญหาน้ำท่วมถือว่าเป็นอันดับรองโหล่ สำหรับรัฐบาล และอันดับโหล่สำหรับนายกรัฐมนตรี โดยประชาชนไม่เชื่อมั่นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการรับมือและ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม อย่างไรก็ดี ผลโพลชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ประชาชนยังพอใจอยู่บ้างคือนโยบายไทยช่วยไทยพลัสเฟสสอง วงเงินหนึ่งพันบาทของรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น รัฐบาลอาจมีมาตรการในการเติมเงินพิเศษผ่านแอปเดิม โดยผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อมได้รับเงินอัตราหนึ่ง ผู้ที่บ้านถูกน้ำท่วมได้สูงกว่าอีกอัตราหนึ่ง อาจส่งผลให้ผู้ที่เห็นว่าช่วยได้บ้างในอัตราร้อยละ 44.66 รู้สึกว่าช่วยได้มากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งเยียวยาผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้รวดเร็วทั่วถึงมากขึ้นรวมถึงกำหนดความรับผิดชอบเมื่อมีการแจ้งเตือนล่าช้าให้ชัดเจน
อาจารย์กรทัศน์ ศุขเฉลิม หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ข่าวเด่น