การค้า-อุตสาหกรรม
บมจ.ไทยออยล์รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ "ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน แม้สมาชิกกลุ่ม G7 มีแผนระบายน้ำมันคลังสำรองเชิงยุทธศาตร์ "


 
รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (9 - 15 ต.ค. 69)
 
ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนในระดับสูง เนื่องจาก IEA เห็นชอบในหลักการให้ประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 ระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อบรรเทาความตึงตัวของอุปทานและลดแรงกดดันด้านราคาพลังงาน ขณะที่ EIA ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกทั้งปี 69 และ 70 สะท้อนมุมมองว่าเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนและการฟื้นตัว   ของการใช้น้ำมันอาจช้ากว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม ตลาดจับตาพายุโซนร้อน Isaias ในอ่าวเม็กซิโกซึ่งส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ถูกระงับชั่วคราว รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการสู้รบระหว่างกลุ่ม Houthi กับซาอุดีอาระเบีย และกองกำลังรัฐบาลเยเมน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือบริเวณทะเลแดงและช่องแคบ Bab el-Mandeb ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อ โดยทั้งสองฝ่ายยังเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและพลังงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านการผลิต และการขนส่งน้ำมันในหลายพื้นที่

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

• อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มคลายความตึงตัว เนื่องจากมีรายงานว่า IEA เห็นชอบในหลักการให้ประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 เร่งระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) รวม 100 ล้านบาร์เรล ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันดีเซล และน้ำมันดิบ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานและลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเบื้องต้นจะให้ความสำคัญกับการเพิ่มอุปทานของน้ำมันดีเซล ซึ่งยังเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวในหลายภูมิภาค ทั้งนี้กลุ่มประเทศสมาชิกจะประชุมระหว่างวันที่ 14-15 ต.ค. 69 เพื่อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณการระบายของแต่ละประเทศ ระยะเวลาการดำเนินการ และกลไกการปล่อยสำรองเข้าสู่ตลาด ซึ่งหากมีการดำเนินการตามแผน จะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันในระยะสั้นและบรรเทาความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานของตลาดโลก

• ด้านแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันโลก EIA ปรับลดคาดการณ์ลง ในรายงานเดือน ต.ค. 69 โดยคาดว่าอุปสงค์น้ำมันโลกปี 69 จะหดตัว 2.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับปีก่อนหน้า โดยปรับลดลง 0.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากการคาดการณ์ครั้งก่อน ขณะที่ปี 70 คาดว่าอุปสงค์น้ำมันโลกจะกลับมาขยายตัว 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าประมาณการครั้งก่อน 0.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนมุมมองว่าเศรษฐกิจโลกและการใช้น้ำมันยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แม้อุปสงค์มีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 70 แต่การเติบโตอาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

• อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในเยเมนและบริเวณทะเลแดงทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากการสู้รบระหว่างกลุ่ม Houthi ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และรัฐบาลพลัดถิ่นของเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 69 กลุ่ม Houthi ได้โจมตีสนามบิน Aden ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของฝ่ายรัฐบาล ก่อนขยายการโจมตีไปยังสนามบิน King Khalid และ Abha ในซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กองกำลังฝ่ายรัฐบาลเยเมนได้เปิดปฏิบัติการเพื่อยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณเมือง Mocha และพื้นที่ใกล้ช่องแคบ Bab el-Mandeb ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของโลก ด้านซาอุดีอาระเบียได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายของกลุ่ม Houthi มากกว่า 80 แห่งทั่วเยเมน และมีแนวโน้มขอการสนับสนุนทางทหารเพิ่มเติมจากพันธมิตร เช่น ตุรกีและซีเรีย ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและช่องแคบ Bab el-Mandeb เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปีโตรเลียม รวมถึงเพิ่มต้นทุนการขนส่งและค่าเบี้ยประกันเรือในภูมิภาค

• สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 69 รัสเซียได้เปิดฉากโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธประมาณ 70 ลูก และโดรน 46 ลำ มุ่งเป้าไปยังโรงงานผลิตยุทโธปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร และสถานที่ผลิตและจัดเก็บอาวุธของบริษัท Fire Point ซึ่งเป็นผู้ผลิตขีปนาวุธที่ยูเครนนำมาใช้โจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียก่อนหน้านี้ ขณะที่ประธานาธิบดียูเครน นาย Volodymyr Zelenskiy ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นหนึ่งในปฏิบัติการทางอากาศที่รุนแรงที่สุดของรัสเซียในช่วงที่ผ่านมา และเป็นการแสดงศักยภาพทางทหารเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของประธานาธิบดีรัสเซีย นาย Vladimir Putin ด้านยูเครนได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันจำนวน 4 แห่งในแคว้น Perm, Samara และ Astrakhan ทางตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ส่งผลให้ตลาดยังคงความเสี่ยงต่อการผลิต การกลั่น และการขนส่งน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกในระยะข้างหน้า

• ตลาดจับตาพายุโซนร้อน Isaias ในอ่าวเม็กซิโกที่มีแนวโน้มทวีกำลังรุนแรงขึ้น หลังจากศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ (NHC) ระบุว่าพายุดังกล่าวพัฒนามาจากพายุดีเปรสชันหมายเลข 9 ซึ่งก่อตัวในอ่าวเม็กซิโกเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69 และมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุเฮอริเคนระดับ 2 ภายในวันที่ 9 ต.ค. 69 โดยมีความเร็วลมรอบศูนย์กลาง 154-177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ผู้ประกอบการน้ำมันและก๊าซในอ่าวเม็กซิโกได้ทยอยอพยพบุคลากรและหยุดดำเนินการผลิตในบางพื้นที่เพื่อป้องกันความเสียหาย ล่าสุด Marine Mineral Administration ของสหรัฐฯ รายงานว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่ถูกระงับชั่วคราวอยู่ที่ประมาณ 0.51 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันดิบในระยะสั้น เนื่องจากอ่าวเม็กซิโกเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งที่สำคัญของสหรัฐฯ ทั้งนี้ หากพายุเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ผลิตหลักหรือกระทบต่อท่าเรือส่งออกและโรงกลั่นบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก อาจส่งผลให้การผลิต การขนส่ง และการส่งออกน้ำมันหยุดชะงักเพิ่มเติม และเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันในระยะสั้น

สถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (2 – 8 ต.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 1.59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 89.95 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 2.08 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 101.53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังจากการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดย CEO ของ Vitol ระบุว่า ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. 69 ภูมิภาคตะวันออกกลางส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยประมาณ 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย เจ้าชาย Abdulaziz bin Salman ยืนยันว่าระบบท่อ East-West Pipeline ซึ่งมีศักยภาพขนส่ง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเชื่อมต่อกับท่าส่งออก Yanbu บนชายฝั่งทะเลแดง ยังคงดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีปริมาณสูบถ่ายราว 5.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้จะเคยถูกปิดซ่อมบำรุงหลังเหตุโจมตีด้วยโดรนเมื่อเดือน ก.ย. 69 ที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังมีแนวโน้มยกระดับความรุนแรง เนื่องจากประธานาธิบดียูเครน นาย Volodymyr Zelenskiy เรียกร้องให้พันธมิตร โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป เร่งจัดส่งยุทโธปกรณ์และระบบป้องกันทางอากาศเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในระยะถัดไป ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่ม Houthi ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากหน่วยงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบียรายงานว่าสนามบินในเมือง Jazan และ Najran ถูกโจมตี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายบางส่วน สะท้อนความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นในคาบสมุทรอาหรับและบริเวณทะเลแดง ขณะที่ EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 ต.ค. 69 ลดลง 3.2 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 424.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับผลสำรวจ Reuters ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 ต.ค. 2569 เวลา : 13:32:07
12-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 12, 2026, 10:14 pm