
การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและแคนาดา นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย โดยมุ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดส่งออกไปยังแคนาดา เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยในปี 2568 การค้าสินค้าระหว่างไทยและแคนาดามีมูลค่ารวมประมาณ 3.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประเทศไทยส่งออกสินค้าไปแคนาดา 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าสินค้าจากแคนาดา 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยประเทศไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของแคนาดาในภูมิภาคอาเซียน การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Thailand–Canada Free Trade Agreement: TH–CA FTA) จึงเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการเข้าถึงตลาด เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายการส่งออก และสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เติบโตยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากการเจรจาบรรลุผลและความตกลงมีผลใช้บังคับ จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

ในระหว่างวันที่ 26–27 ตุลาคม 2569 นายพิทย อุทัยสาง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะหัวหน้ากลุ่มเจรจาบทว่าด้วยรัฐวิสาหกิจ (State-Owned Enterprises and Designated Monopolies) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคร. จำนวน 3 ราย และผู้แทนจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมเจรจา TH–CA FTA รอบที่ 1 ร่วมกับ Mr. Gabriel Jean-Simon จาก Global Affairs Canada หัวหน้ากลุ่มเจรจาของฝ่ายแคนาดา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายแคนาดาอีก 2 ราย ผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่างเวลา 19.00–22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สำหรับผลการประชุม ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการเจรจาบทรัฐวิสาหกิจ แผนการดำเนินงาน (Workplan) แนวทางการเจรจาในภาพรวม และประเด็นสำคัญของบทดังกล่าว โดยการหารือในรอบนี้เป็นการเน้นย้ำเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจในการซื้อขายสินค้าหรือให้บริการในกิจกรรมเชิงพาณิชย์ จะต้องตั้งอยู่บนหลักการการไม่เลือกปฏิบัติ (Non-discriminatory Treatment) และการตัดสินใจโดยคำนึงถึงหลักการเชิงพาณิชย์ (Commercial Consideration) เช่นเดียวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงประเด็นการให้ความช่วยเหลือที่มิใช่เชิงพาณิชย์แก่รัฐวิสาหกิจ (Non-commercial Assistance) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่มีความอ่อนไหว โดยฝ่ายไทยจะนำประเด็นดังกล่าวไปพิจารณาเพื่อกำหนดท่าทีสำหรับการเจรจาในรอบถัดไป ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 เพื่อให้การเจรจาเป็นไปอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ
ข่าวเด่น