นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดในการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเมืองกำเนิดต่างประเทศที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายและปกป้องสังคม
ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรและนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 จึงให้เข้มงวดในการตรวจพัสดุภัณฑ์ที่มีเหตุสงสัยว่าเป็นของที่มีความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นรถบรรทุกสิบล้อขนส่งพัสดุเป้าหมาย พบของกลางบรรจุในกล่องพัสดุปะปนมากับพัสดุอื่นที่รถขนส่งบรรทุกมา
ผลการตรวจค้นพบของกลาง ได้แก่ บุหรี่ จำนวน 474 แท่ง หรือ 94,800 มวน บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 22 ชิ้น และอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ อินทผลัม ชา กาแฟ ขนมขบเคี้ยว และช็อกโกแลต รวมมูลค่าและค่าภาษีอากรทั้งสิ้นประมาณ 1,081,580 บาท โดยไม่พบหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดส่งด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
ข่าวเด่น