การค้า-อุตสาหกรรม
ราคายางทุบสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี "สุริยะ" สั่ง กยท. วางมาตรการบริหารยางเชิงรุกทั้งระบบ ควบคู่เดินหน้ารักษาเสถียรภาพราคา ย้ำต้องขับเคลื่อนงานตามนโยบาย กษ. ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม




ราคายางปี 69 ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี!!! "สุริยะ" กำชับ กยท. บริหารอุปทาน - ขยายตลาด - สกัดยางนอกระบบ - ยกระดับคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างกลไกรักษาเสถียรภาพราคายาง ด้าน กยท. เร่งต่อยอดนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคงในระยะยาว

 
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะยางพาราซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ จึงมอบนโยบายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดการปริมาณผลผลิต การรักษาสมดุลตลาด การสร้างความโปร่งใสในการซื้อขาย ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรได้จำหน่ายผลผลิตในราคาที่เหมาะสม และลดผลกระทบจากความ ผันผวนของตลาดโลก ทำให้ราคายางพาราตลาดในประเทศในปี 2569 ราคายางทุกชนิดปรับตัวสูงที่สุดในรอบ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2558 -  27 ต.ค 2569) โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 สูงสุดที่ 97.90 บาท/กิโลกรัม ราคายางแผ่นดิบสูงสุดที่ 93.50 บาท/กิโลกรัม ราคาน้ำยางสดสูงสุดที่ 89.95 บาท/กิโลกรัม และราคายางก้อนถ้วย 100% สูงสุด 82.17 บาท/กิโลกรัม (ข้อมูล:จากฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย) อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการ กยท. ให้ติดตามแนวโน้มราคายางในระยะต่อไป รวมถึงปัจจัยความต้องการใช้ยางในตลาดโลก ปริมาณผลผลิต สภาพอากาศ ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ตลาดยางระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดด้วย

 
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรฯ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับการบริหารจัดการผลผลิต ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาป้องกันยางนอกระบบที่เข้ามาเพิ่มปริมาณอุปทาน และสร้างแรงกดดันต่อราคารับซื้อผลผลิตของเกษตรกรไทย โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบชนิด ปริมาณ และเส้นทางการขนส่งยาง โดยมอบหมายให้ กยท. เตรียมพัฒนาโครงการ Smart CESS ในปีงบประมาณ 2570 เพื่อนำเทคโนโลยี GPS มาเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามการเคลื่อนย้ายยาง และการตรวจสอบข้อมูลค่าธรรมเนียมการส่งยางออกนอกราชอาณาจักร นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ปฏิบัติการพระพิรุณ (ศพร.) ดำเนินมาตรการป้องกัน การเฝ้าระวัง การตรวจสอบ และการบังคับใช้กฎหมาย ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอีกด้วย อย่างไรก็ตาม กรมวิชาการเกษตร ได้เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส และให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่เกษตรกร ผู้รวบรวมยาง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังอย่างจริงจังด้วย

 
“แม้ราคายางจะปรับตัวสูงขึ้น แต่สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากกว่า คือการทำให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรม มีรายได้มั่นคง และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน จึงให้ กยท. ติดตามสถานการณ์ราคาควบคู่กับการบริหารจัดการยางพาราเชิงรุกทั้งระบบ การรักษาเสถียรภาพราคายางต้องทำทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และตลาด ไปพร้อมกัน เราต้องป้องกันไม่ให้ยางนอกระบบเข้ามาบิดเบือนกลไกการแข่งขัน ขณะเดียวกันต้องทำให้ยางไทยมีคุณภาพ มาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาดโลก เพราะการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในระยะยาวต้องเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนด้วย” นายสุริยะ กล่าว

 
ด้าน นายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คาดว่าแนวโน้มราคายางพาราในไตรมาสที่ 4 ปี 2569 จะยังทรงตัวในระดับสูง และอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นบางช่วง จากปัจจัยพื้นฐานของตลาดโลกที่อุปทานตึงตัว ผนวกกับการดำเนินมาตรการของกระทรวงเกษตรฯ และ กยท. ทั้งการบริหารจัดการปริมาณยางและกลไกตลาด การป้องกันยางนอกระบบ การควบคุมคุณภาพยาง และการบริหารสต็อกยางของรัฐ อย่างไรก็ตาม กยท. ยังคงต้องติดตามความต้องการใช้ยางและปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดอย่างใกล้ชิด เปรียบเทียบราคายางไทยกับราคาตลาดโลกเป็นรายเดือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ การดำเนินงานที่ผ่านมาของ กยท. ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพยางพาราไทย สนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรใช้สารจับตัวยางที่ได้มาตรฐาน ป้องกันการใช้สารเคมีผิดประเภทและสิ่งปลอมปนที่อาจกระทบต่อคุณภาพผลผลิตและความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ยางพาราไทยในฐานะวัตถุดิบคุณภาพของอุตสาหกรรมโลก ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ภายใต้นโยบายเกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย สร้างความเข้มแข็งของภาคยางพาราไทยให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวสวนยางอย่างแท้จริง

 
“กยท. เร่งนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไปขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งการบริหารปริมาณยาง การพัฒนาระบบตลาดให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดยางไทย ลดปัจจัยที่อาจกดดันราคา และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น” นายศันสนะ กล่าว
 
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 ต.ค. 2569 เวลา : 20:43:21
28-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 28, 2026, 9:38 pm