การค้า-อุตสาหกรรม
บมจ.ไทยออยล์รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ "ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน จากสัญญาณความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของการเดินเรือผ่านเส้นทางขนส่งน้ำมัน"


 
รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (30 ต.ค. – 5 พ.ย. 69)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวน จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ ส่งสัญญาณให้ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเตรียมความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง ขณะที่ การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ อัล-มันเดบยังคงเผชิญความไม่แน่นอน ส่งผลให้ปริมาณเรือสัญจรผ่านทั้งสองเส้นทางปรับลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังคงติดตามความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน หลังการเจรจาไตรภาคีรอบใหม่ร่วมกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความชัดเจน อย่างไรก็ดี อุปทานน้ำมันดิบจากอิหร่านมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการซ่อมแซมท่อขนส่งน้ำมันดิบและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดโลก

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้
 
• ตลาดจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้แจ้งประเทศต่างๆ และประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางให้เตรียมความพร้อมต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Elections) ในวันที่ 3 พ.ย. 69  ท่ามกลางการพิจารณาดำเนินการทางทหารเพิ่มเติมต่ออิหร่าน ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง     ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้วิจารณญาณและหาแนวทางแก้ไขผ่านกระบวนการทางการเมืองและการทูต เพื่อลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม สู่การเผชิญหน้าทางทหารเต็มรูปแบบอีกครั้ง

• สถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ยังคงเผชิญความไม่แน่นอน หลังจากรายงานจาก S&P Global ระบุว่า ปริมาณเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงสู่ 20 ลำ ในวันที่ 27 ต.ค. 69 ซึ่งลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยในจำนวนเรือดังกล่าวมี 5 ลำที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน ท่ามกลางการรายงานของสื่ออิหร่านที่ระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันดิบลำหนึ่งได้รับความเสียหายจากทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบบับอัล-มันเดบ ในวันที่ 27 ต.ค. 69 ลดลงเหลือ 31 ลำจาก 42 ลำในวันก่อนหน้า อีกทั้ง ยังเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วัน ที่ไม่พบเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) เดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว

• ตลาดติดตามความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน หลังจากที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย นายยูริ อูชาคอฟ เผยว่ากำหนดการเจรจาไตรภาคีรอบถัดไประหว่างรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ ยังไม่สามารถกำหนดวันในการเจรจาอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากรัสเซียประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด ไม่เอื้อให้สามารถจัดการเจรจาได้ในระยะอันใกล้ ขณะที่ ประธานาธิบดียูเครน นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี คาดหวังให้การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 พ.ย. 69 ในนครอาบูดาบี อย่างไรก็ดี รัสเซียระบุว่าการเจรจารอบถัดไปจะยังคงอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ โดยยังไม่มีแผนให้ประเทศยุโรปเข้าร่วมการหารือ

• อุปทานน้ำมันดิบจากอิหร่านมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังรายงานของ Shana ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 69 ท่อส่งน้ำมันจากแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Lab-e-Sefid ในจังหวัด Khuzestan ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่านเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง ซึ่งจะเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดได้ราว 9,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ รายงานจาก IRNA เผยว่า กำลังการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.72 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. 69 ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.3% จากระดับ 3.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับสองปีก่อนหน้า จากการพัฒนาแหล่งน้ำมันร่วมและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการแปรรูปและขนส่งน้ำมัน แสดงถึงความพยายามของอิหร่านในการขยายศักยภาพการผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่อง แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังคงตึงเครียดสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (23 - 29 ต.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 1.25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 101.94 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 5.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 115.32 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมนยังคงตึงเครียด โดยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 69 กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้โจมตีสนามบินนานาชาติเอเดน (Aden International Airport) ส่งผลให้รันเวย์ได้รับความเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสนามบินต้องหยุดการดำเนินงาน นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังคงมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย โดยก่อนหน้านี้ได้โจมตีพื้นที่ราสทานูรา (Ras Tanura) ทางภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมัน ทั้งในฐานะที่ตั้งของท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบหลัก โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ และคลังกักเก็บน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกัน สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 ต.ค. 69 ปรับลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 410.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 15,000 บาร์เรล อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Morgan Stanley ระบุว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการขนส่งผ่านเส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 94% ของระดับก่อนเกิดสงคราม โดยการส่งออกจากฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้นแตะระดับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West Pipeline) ท่ามกลางการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภายในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตีที่ยังดำเนินอยู่ต่อเนื่อง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 พ.ย. 2569 เวลา : 12:25:57
02-11-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 2, 2026, 1:45 pm